หากคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ ผมขอเดาว่าคุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่กำลังรู้สึก “เหนื่อย” ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าทางกายที่นอนพักคืนเดียวก็หาย แต่เป็นความเหนื่อยล้าทางใจที่สะสมมานาน เป็นความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า หรือเป็นความรู้สึกเคว้งคว้างเหมือนกำลังวิ่งวนอยู่ในเขาวงกตที่หาทางออกไม่เจอ
ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา ไม่ใช่ในฐานะ “ผู้รู้” หรือ “กูรู” ที่อยู่เหนือความทุกข์ แต่ผมเขียนถึงคุณในฐานะ “เพื่อนคนหนึ่ง” ที่เคยวิ่งหลงทาง ล้มลุกคลุกคลาน และเจ็บปวดมาก่อน จนกระทั่งโชคดีได้ไปพบกับ “แสงสว่าง” เล็กๆ จากครูบาอาจารย์ และได้ลองจุดเทียนในมือตัวเองขึ้นมา แสงเทียนนั้นแม้มันจะริบหรี่ แต่มันก็ช่วยให้ผมมองเห็นทางเดินข้างหน้า และวันนี้… ผมอยากส่งต่อเทียนเล่มนี้ให้กับคุณ ผ่านหนังสือที่ผมตั้งใจเขียนขึ้นมาด้วยหัวใจที่ชื่อว่า “แสงเทียนนำทาง”
ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงอาจเป็นคำตอบที่คุณตามหา?
ในยุคสมัยที่โลกหมุนเร็วจนเราแทบจะหายใจไม่ทัน เราถูกกดดันให้ต้อง “วิ่ง” ตลอดเวลา เราวิ่งไล่ตามความสำเร็จ วิ่งไล่ตามยอดไลก์ วิ่งไล่ตามความร่ำรวย โดยหวังว่าสิ่งเหล่านั้นจะมอบความสุขชั่วนิรันดร์ให้เรา แต่เคยสังเกตไหมครับ? ยิ่งวิ่ง เรากลับยิ่งรู้สึกว่างเปล่า
หนังสือ “แสงเทียนนำทาง” ไม่ใช่คัมภีร์วิชาการที่เต็มไปด้วยศัพท์บาลียากๆ ที่ต้องปีนกระไดอ่าน แต่เป็นเหมือน “จดหมายจากเพื่อนถึงเพื่อน” ที่จะชวนคุณมานั่งลงพักเหนื่อย ถอดหน้ากากที่สวมใส่ และวางเป้ใบหนักที่แบกไว้ลงชั่วคราว เพื่อสำรวจดูว่า จริงๆ แล้วชีวิตที่เราดิ้นรนกันแทบตายนี้ เราต้องการอะไรกันแน่?
ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ คือการนำเอา “ธรรมะ” ที่ลึกซึ้งของพระพุทธองค์ และคำสอนของครูบาอาจารย์สายวัดป่า มาย่อยให้เป็นเรื่อง “ธรรมดา” ที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวัน เป็นธรรมะที่กินได้ ใช้ได้จริง ในออฟฟิศ ในห้องนอน หรือแม้แต่ท่ามกลางรถติด
เจาะลึกเนื้อหา: แผนที่เดินทางออกจากความมืด
หนังสือเล่มนี้มีความยาว 118 หน้า แบ่งออกเป็น 22 บทสั้นๆ ที่ร้อยเรียงกันเหมือนการเดินทาง โดยผมขอสรุปเนื้อหาสำคัญที่จะเปลี่ยนมุมมองชีวิตของคุณ ดังนี้:
1. การตื่นรู้จากภาพลวงตา (บทที่ 1-5)
เราเริ่มต้นด้วยการสำรวจ “กับดัก” ที่ขังเราไว้ ผมเปรียบชีวิตคนเมืองเหมือน “นักวิ่งในเขาวงกต” ที่วิ่งบนลู่วิ่งแห่งความสุข (Hedonic Treadmill) วิ่งแทบตายแต่อยู่ที่เดิม เราจะมาคุยกันเรื่อง “เป้ที่มองไม่เห็น” ซึ่งเต็มไปด้วยก้อนหินแห่งอดีตและอนาคตที่เราเผลอหยิบใส่ทุกวัน และเรื่อง “หน้ากากเปื้อนยิ้ม” ที่เราสวมใส่เพื่อแลกกับเสียงปรบมือจอมปลอม จนเราลืมตัวตนที่แท้จริง
- จุดเด่น: ผมจะชวนคุณทำแบบฝึกหัด “ทิ้งเป้ลงเหว” และ “พิธีถอดหน้ากาก” เพื่อให้คุณสัมผัสความเบาสบายของการเป็นคนธรรมดา
2. มองเห็นความจริงของโลก (บทที่ 6-13)
เมื่อใจเริ่มเบา เราจะมามองโลกตามความเป็นจริงกันครับ เราจะคุยกันเรื่อง “เก้าอี้ดนตรีแห่งอำนาจ” ว่าตำแหน่งลาภยศเป็นเพียงหัวโขนชั่วคราว เรื่อง “น้ำผึ้งอาบยาพิษ” ที่สอนให้เรารู้ทันความสุขทางวัตถุที่มาพร้อมความทุกข์ และเรื่องที่สำคัญที่สุดคือ “แม่น้ำที่ไหลไม่ย้อนกลับ” หรือความแก่และความตาย ซึ่งผมเปรียบร่างกายนี้ว่าเป็นเพียง “บ้านเช่าชั่วคราว” ที่วันหนึ่งเราต้องคืนเจ้าของ
- จุดเด่น: บทเรื่อง “มรดกชิ้นสุดท้าย” จะชวนคุณเขียนพินัยกรรมทางใจ เพื่อให้คุณใช้ชีวิตทุกวินาทีอย่างคุ้มค่า เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้าย
3. อุปกรณ์กู้ภัยใจ (บทที่ 14-17)
รู้ทฤษฎีแล้ว ถ้าปฏิบัติไม่ได้ก็ไร้ผล ในส่วนนี้ผมจะมอบ “กล่องปฐมพยาบาล” ให้คุณ นั่นคือการฝึก “สติ” แต่ไม่ใช่สติแบบนั่งหลับตาปี๋นะครับ เป็นสติแบบ “แค่รู้ ไม่เข้าไปเป็น” และการใช้ “ลมหายใจ” เป็นยาวิเศษที่หาได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการสร้าง “วิหารในใจ” เพื่อเป็นที่หลบภัยในวันที่พายุอารมณ์โหมกระหน่ำ
- จุดเด่น: เทคนิค “นักพากย์สารคดีชีวิต” ที่จะช่วยให้คุณถอยออกมาดูความโกรธ ความเศร้า ได้เหมือนดูละคร โดยไม่กระโดดลงไปเล่นเอง
4. ชีวิตคือการปฏิบัติธรรม (บทที่ 18-22)
สุดท้าย เราจะนำแสงเทียนนี้กลับไปใช้ในชีวิตจริง ผมจะชวนคุณเปลี่ยนโต๊ะทำงานให้เป็นลานปฏิบัติธรรม เปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ร้อนรุ่มให้เป็น “ดอกบัวกลางเปลวเพลิง” และค้นพบ “ความสุขที่เรียบง่าย” ที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ แต่อยู่ที่การ “หยุด” และ “พอ” จนกระทั่งคุณสามารถสัมผัส “อิสระ” ที่แท้จริง และพร้อมที่จะส่งต่อแสงเทียนนี้ให้ผู้อื่น
ความงามทางวรรณศิลป์: เรื่องยากที่เล่าให้ง่ายและงดงาม
หลายคนกลัวหนังสือธรรมะเพราะคิดว่าจะ “น่าเบื่อ” หรือ “อ่านยาก” แต่สำหรับ “แสงเทียนนำทาง” ผมตั้งใจเขียนด้วยภาษาของ “เพื่อนคุยกับเพื่อน” ภาษาที่ใช้จึงมีความเป็นกันเอง อบอุ่น และปลอบประโลมใจ
สิ่งที่ผมตั้งใจสอดแทรกไว้คือ “ศิลปะแห่งการเปรียบเปรย” (Metaphor) เพื่อให้ธรรมะที่เป็นนามธรรม กลายเป็นภาพที่ชัดเจนในใจผู้อ่าน เช่น:
- เปรียบความสุขทางโลกเหมือน “ขนมสายไหม” ที่ฟูฟ่องสวยงาม แต่กินเข้าไปแป๊บเดียวก็ละลายหายไป ทิ้งไว้แค่ความกระหาย
- เปรียบความคิดฟุ้งซ่านเหมือน “หนู” และสติเหมือน “แมว” ที่คอยจับหนู
- เปรียบความรักที่ยึดติดเหมือนการ “กำทราย” ยิ่งกำแน่น ทรายยิ่งไหลออกจากมือ
- เปรียบร่างกายเหมือน “รถยนต์ที่ยืมเขามาขับ” เรามีหน้าที่ดูแลรักษา แต่ไม่มีสิทธิ์ยึดครอง
นอกจากนี้ ในทุกบทจะมี “แบบฝึกหัดจุดเทียน” เป็น Workshop เล็กๆ ให้คุณได้ลองทำจริง เช่น การฝึกหายใจ 3 นาที, การเขียนจดหมายลาล่วงหน้า หรือการฝึกกินอย่างมีสติ เพื่อให้คุณไม่ได้แค่ “รู้จำ” แต่เข้าถึง “ความรู้สึกตัว” ได้จริงๆ
คุณค่าที่คุณจะได้รับ: อิสรภาพที่สัมผัสได้
หนังสือเล่มนี้อาจไม่ได้ทำให้คุณรวยขึ้นเป็นเศรษฐี หรือทำให้ปัญหาชีวิตของคุณหายวับไปในพริบตา แต่ผมมั่นใจว่า สิ่งที่คุณจะได้รับคือ “ใจดวงใหม่”
- ใจที่ “เบา” ขึ้น เพราะรู้วิธีวางภาระที่ไม่จำเป็น
- ใจที่ “เย็น” ลง เพราะมีน้ำทิพย์แห่งเมตตาชโลมใจ
- ใจที่ “นิ่ง” ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกภายนอก
- และที่สำคัญที่สุด คือการค้นพบว่า “ความสุขไม่ได้อยู่ไกลสุดขอบฟ้า แต่อยู่ที่ลมหายใจเข้าออกของคุณนี่เอง”
ผมพิพัฒน์ธรรม เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาและแจกให้เป็น “หนังสือฟรี” เพราะผมเชื่อในคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า “การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง” ผมอยากเห็นคุณมีความสุข อยากเห็นคุณยิ้มได้จากข้างใน และอยากเห็นเราเดินถือเทียนไปพร้อมๆ กัน
คำเชิญชวนจากใจผู้เขียน
เพื่อนเอ๋ย… เทียนในมือผมเล่มนี้พร้อมแล้วที่จะส่งต่อให้คุณ ไม่ต้องเชื่อผมทุกตัวอักษร แต่อยากให้ลอง “เปิดใจ” และ “พิสูจน์” ด้วยตัวคุณเอง
ลองโหลดหนังสือเล่มนี้ไปอ่านดูนะครับ อ่านวันละบทก่อนนอน หรืออ่านในวันที่ใจคุณต้องการที่พึ่ง ผมสัญญาว่า ในทุกบรรทัด ผมได้ซ่อน “ความปรารถนาดี” และ “กำลังใจ” เอาไว้ให้คุณเสมอ
ถ้าคุณพร้อมแล้ว ที่จะก้าวออกจากเขาวงกต และเริ่มออกเดินบนเส้นทางแห่งแสงสว่าง… พลิกหน้ากระดาษ แล้วเรามาเริ่มก้าวแรกไปด้วยกันเถอะครับ
ด้วยความรักและปรารถนาดี พิพัฒน์ธรรม
📥 ดาวน์โหลดหนังสือ “แสงเทียนนำทาง” (E-Book) ฉบับเต็มได้ฟรี ที่นี่:




ใส่ความเห็น