สวัสดีครับเพื่อนนักอ่านและกัลยาณมิตรทุกท่าน
เคยมีสักครั้งไหมครับที่คุณรู้สึกว่าโลกนี้ช่างโหดร้ายกับคุณเหลือเกิน? เคยไหมที่รู้สึกว่าทำไมความซวยถึงต้องมาตกที่ฉันคนเดียว? ทำไมโชคชะตาถึงเล่นตลกได้เจ็บแสบขนาดนี้? ถ้าคุณกำลังพยักหน้า หรือเคยมีคำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัว ผมขอบอกเลยว่า “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” ครับที่คุณกำลังอ่านบทความนี้ และไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หนังสือเล่มนี้ “หนังสือ ไม่ใช่เรื่อง บังเอิญ” ได้เดินทางมาถึงมือของคุณ
ในฐานะนักอ่านและนักเขียนที่ผ่านหนังสือแนวพัฒนาตนเองและแนวจิตวิญญาณมามากมาย ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า หนังสือเล่มนี้คือ “เพชรเม็ดงาม” ที่ซ่อนตัวอยู่ในรูปแบบของนวนิยายร่วมสมัย มันไม่ใช่หนังสือธรรมะที่น่าเบื่อชวนง่วงนอน และไม่ใช่หนังสือฮาวทู (How-to) ที่มีแต่ทฤษฎีสวยหรู แต่มันคือ “บันทึกการผ่าตัดหัวใจ” ของมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังป่วยหนักด้วยโรคที่ชื่อว่า “กิเลส”
วันนี้ผม พิพัฒน์ธรรม ขออาสาเป็นมัคคุเทศก์ทางปัญญา พาพวกเราไปแกะรอยการเดินทางของลูกผู้ชายที่ชื่อ “บังเอิญ” และค้นหาคำตอบว่า ทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงเป็นหนังสือที่คุณ “ต้องอ่าน” สักครั้งในชีวิต
ความน่าสนใจของหนังสือ: เมื่อตัวละครที่มีชีวิต เดินออกมาจากหน้ากระดาษ
สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้โดดเด่นอย่างน่ามหัศจรรย์ คือการสร้างสรรค์ตัวละครที่มีมิติ ลุ่มลึก และมีเสน่ห์เหลือล้น คุณจะไม่ได้เจอกับพระเอกแสนดีที่สมบูรณ์แบบ แต่คุณจะเจอกับ “นายบังเอิญ” ชายหนุ่มวัยสามสิบปลายๆ รูปร่างท้วม ผิวคล้ำแดด ผู้แบกหนี้สินพะรุงพะรังและมีความเชื่อฝังหัวว่าชีวิตตนเองถูกกลั่นแกล้งจากเบื้องบน เขาคือตัวแทนของพวกเราหลายคนในสังคมปัจจุบัน—คนที่อยากรวยทางลัด เชื่อเรื่องดวงมากกว่าการกระทำ และมองเห็นปัญหาของคนอื่นชัดกว่าปัญหาของตัวเอง
แต่สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้มีรสชาติกลมกล่อมคือ “ทีมผู้สร้างปัญญา” (The Mentors) ที่ผู้เขียนรังสรรค์ขึ้นมาได้อย่างเจ็บแสบและน่าประทับใจ:
- หลวงตาจอนห์ (John): พระภิกษุชาวต่างชาติ อดีตศัลยแพทย์หัวใจมือหนึ่งระดับโลก ผู้ทิ้งมีดผ่าตัดราคาแพงมาถือไม้กวาดทางมะพร้าว ท่านไม่ได้สอนธรรมะด้วยภาษาบาลีที่ฟังยาก แต่ท่านสอนด้วย “วิทยาศาสตร์ทางจิต” ท่านเปรียบเทียบกิเลสเหมือนไขมันอุดตันในเส้นเลือด และเปรียบเทียบการปฏิบัติธรรมเหมือนการผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออก
- ลุงมืด (สัปเหร่อใบ้): ชายแก่ร่างยักษ์ที่ดูภายนอกเหมือนคนสติไม่ดี อาศัยอยู่ในป่าช้า แต่แท้จริงแล้วเขาคือ “เจ้าสัวอำนาจ” ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตที่วางมือจากวงการนักเลงเพื่อมาชดใช้กรรม ตัวละครนี้คือบทพิสูจน์ที่ทรงพลังที่สุดว่า “อำนาจที่แท้จริง คือการให้อภัย”
- ครูฝ้าย: หญิงสาวชาวไร่ผู้มีความแค้นฝังลึกต่อระบบนายทุนหน้าเลือด เธอคือคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อของนายบังเอิญ และเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขความลับในอดีตที่เจ็บปวด
ความสัมพันธ์ของตัวละครเหล่านี้ ร้อยเรียงกันอย่างแนบเนียน เต็มไปด้วยบทสนทนาที่เชือดเฉือน ปะทะคารม และแฝงปรัชญาที่คมกริบ ชนิดที่ว่าอ่านไปเจ็บไป แต่อิ่มเอมใจอย่างประหลาด
สรุปเนื้อหาสำคัญ: จากรถยางแตกหน้าวัด สู่การผ่าตัดหัวใจครั้งใหญ่
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในบ่ายวันที่ร้อนระอุ นายบังเอิญกำลังขับรถกระบะเก่าๆ หนีเจ้าหนี้หัวซุกหัวซุนเพื่อกลับบ้านเกิด แต่แล้วเหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง (หรือธรรมะจัดสรร) รถของเขาเกิดยางระเบิดตูมสนั่นที่หน้า “สำนักสงฆ์ริมเขา” ในจังหวัดเลย วินาทีนั้น เขาคิดว่ามันคือความซวยซ้ำซ้อน แต่หลวงตาจอนห์กลับบอกเขาว่า “มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ยางรถโยมมาระเบิดที่หน้าวัดอาตมา และมันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่โยมไม่มีทางไปต่อ”
นี่คือจุดเริ่มต้นของ “คอร์สบำบัดกิเลส” ที่นายบังเอิญต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
1. ยาขนานแรก: ไม้กวาดและการล้างส้วมล้างอัตตา นายบังเอิญผู้หวังจะมาขอหวยหรือขอของขลังจากพระฝรั่ง กลับได้รับ “ไม้กวาด” เป็นเครื่องรางชิ้นแรก และได้รับภารกิจสุดท้าทายคือการ “ล้างส้วม” ที่สกปรกที่สุด หลวงตาจอนห์ไม่ได้ต้องการให้ส้วมสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ท่านต้องการให้บังเอิญขัดล้าง “อัตตา” หรือความถือตัวถือตน ความรังเกียจงานต่ำต้อย และความหยิ่งยโสที่เกาะกินใจเขามานาน บทเรียนนี้สอนให้เขารู้ว่า “การล้างส้วม ไม่ใช่แค่การล้าง แต่มันคือการ ‘ล้างอัตตา’ ล้างตัวตนที่มันพองโตคับอกให้มันเล็กลง”
2. บทเรียนเรื่องความโลภ: เสี่ยเฮงกับหวยล็อก ในขณะที่บังเอิญยังคงฝันหวานเรื่องการรวยทางลัด เขาได้พบกับ “เสี่ยเฮง” ผู้ถูกหวยรางวัลที่ 1 ติดต่อกัน แต่ชีวิตกลับพังพินาศ ครอบครัวแตกแยก ลูกติดคุก ภรรยามีชู้ และตัวเสี่ยเองก็ป่วยหนัก เรื่องราวของเสี่ยเฮงสะท้อนให้เห็นความจริงที่น่ากลัวว่า “เงินที่ได้มาโดยมิชอบ หรือเงินที่ได้มาเกินวาสนาบารมี มันคือยาพิษเคลือบน้ำตาล” หลวงตาเตือนสติบังเอิญว่า “หวยไม่ได้ล็อค แต่กรรมต่างหากที่ล็อค” ล็อคให้คนโลภต้องเจอกับความทุกข์ และคนประมาทต้องเจอกับความสูญเสีย
3. จุดหักเห: ผีเสื้อขยับปีกกับอดีตที่ตามหลอกหลอน ความพีคของเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อนายบังเอิญได้เข้าไปช่วยงานสหกรณ์การเกษตรและค้นพบความจริงที่ชวนช็อก เขาพบว่า “สัญญาเงินกู้หน้าเลือด” ที่ทำให้พ่อของครูฝ้ายต้องฆ่าตัวตาย และทำให้ชาวบ้านนับพันต้องหมดเนื้อหมดตัวนั้น… เขาเองคือคนร่างสัญญานั้นขึ้นมากับมือ สมัยที่เขายังเป็นดาวรุ่งในบริษัทการเงินที่กรุงเทพฯ ทฤษฎี “Butterfly Effect” หรือเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ทำงานอย่างเที่ยงตรง การกระทำเพียงเล็กน้อยของเขาในห้องแอร์ที่กรุงเทพฯ ส่งผลกระทบเป็นพายุใหญ่ทำลายชีวิตผู้คนในชนบท ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่บังเอิญจนเขาเกือบจะฆ่าตัวตายหนีความผิด แต่หลวงตาจอนห์และลุงมืดได้ดึงสติเขาไว้ ให้เขาเปลี่ยนจาก “การหนี” มาเป็น “การเผชิญหน้าและชดใช้”
4. สงครามครั้งสุดท้าย: การให้อภัยและตัวตนใหม่ เมื่อเจ้าหนี้โหดตามมาทวงหนี้ถึงวัด เหตุการณ์บีบคั้นให้นายบังเอิญต้องเลือกระหว่างการหนีเอาตัวรอด หรือการยอมเจ็บตัวเพื่อปกป้องครูฝ้ายและวัด เขาเลือกที่จะสู้… สู้ด้วยการยอมจำนนและปกป้องผู้อื่น วินาทีนั้นเองที่ “ลุงมืด” ยอมเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงในฐานะอดีตเจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ และใช้วาจาศักดิ์สิทธิ์หยุดยั้งความรุนแรง ฉากที่สะเทือนอารมณ์ที่สุดคือการที่บังเอิญก้มกราบขอขมาครูฝ้ายที่ริมแม่น้ำเลย การให้อภัยของครูฝ้ายไม่ได้ปลดปล่อยแค่ความแค้นของเธอ แต่ยังปลดปล่อยนายบังเอิญจากคุกแห่งความรู้สึกผิด นี่คือบทพิสูจน์ว่า “หนี้สินภายนอก ใช้เงินคืนได้ แต่หนี้เวรหนี้กรรม ต้องใช้ด้วยการให้อภัย”
5. บทส่งท้าย: เกษตรหัวใจใหม่และแผนที่ชีวิต นายบังเอิญคนใหม่ ไม่ได้กลับไปเป็นนายหน้าค้าที่ดิน แต่เขากลายเป็น “ปราชญ์เกษตร” ผู้ใช้ความรู้เรื่องบัญชีและการจัดการ มาช่วยชาวบ้านพลิกฟื้นสหกรณ์ เขาเปลี่ยนเจตนาจากการทำเพื่อ “เอาหน้า” มาเป็นทำเพื่อ “ความรัก” และผลลัพธ์ที่ได้คือผักผลไม้ที่งอกงามอย่างปาฏิหาริย์ เขาได้เรียนรู้วิชา “อ่านลายแทงกรรม” หรือ ปฏิจจสมุปบาท เพื่อเท่าทันอารมณ์และความคิดของตนเอง และสุดท้าย เขาได้เขียนจดหมายขอบคุณตัวเองในอดีต ที่ความผิดพลาดทั้งหมดได้นำพาเขามาพบกับความสุขที่แท้จริงในวันนี้
คุณค่าของหนังสือ: วรรณศิลป์แห่งการเยียวยา
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีดีแค่พล็อตเรื่องที่สนุกตื่นเต้นเหมือนดูละครหลังข่าว แต่ยังมีคุณค่าทางวรรณศิลป์และปรัชญาที่ซ่อนอยู่อย่างลึกซึ้ง:
- ภาษาที่งดงามและเห็นภาพ: ผู้เขียนใช้ภาษาที่อ่านง่ายแต่กระทบใจ มีการใช้โวหารภาพพจน์ที่คมคาย เช่น “เงินน่ะ… ซื้อข้าวกินได้… แต่เงินซื้อ ‘กรรม’ ไม่ได้” หรือ “ชีวิตคนเราก็เหมือนต้นไม้… สิ่งที่โยมได้รับในวันนี้ (วิบาก) มันคือ ‘ผล’ ของเมล็ดพันธุ์ที่โยมปลูกไว้ใน ‘อดีต’” การเปรียบเปรยเหล่านี้ทำให้เรื่องยากๆ อย่างกฎแห่งกรรม กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและจับต้องได้
- การผสมผสานศาสตร์สมัยใหม่กับธรรมะ: สิ่งที่ผมชื่นชอบมากคือการที่หลวงตาจอนห์อธิบายธรรมะผ่านมุมมองของแพทย์และวิทยาศาสตร์ เช่น การเปรียบเทียบวงจรปฏิจจสมุปบาทเหมือนวงจรไฟฟ้า หรือการอธิบายเรื่องสุขภาพกายกับสุขภาพจิต (Mind-Body Connection) ทำให้หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเหตุผลและตรรกะในการทำความเข้าใจชีวิต
- กระจกสะท้อนสังคม: หนังสือเล่มนี้สะท้อนปัญหาสังคมไทยได้อย่างเจ็บแสบ ทั้งเรื่องหนี้นอกระบบ การเกษตรเชิงเดี่ยว ความเหลื่อมล้ำ และค่านิยมความรวยทางลัด แต่ในขณะเดียวกันก็นำเสนอทางออกที่ยั่งยืนผ่านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและอิทธิบาท 4
- พลังแห่งการเยียวยา (Healing Power): สำหรับใครที่กำลังท้อแท้ ผิดหวัง หรือรู้สึกผิดกับอดีต หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนยาประโลมใจชั้นดี มันบอกเราว่า “คนล้มอย่าข้าม แม้แต่ตัวเองล้ม ก็ห้ามข้ามตัวเอง… ต้องดึงตัวเองลุกขึ้นมา แล้วเดินต่อ” และย้ำเตือนเราว่า “อดีตแก้ไขไม่ได้ แต่เราสามารถเขียนบทปัจจุบันและอนาคตขึ้นมาใหม่ได้”
บทสรุปและคำเชิญชวน
เพื่อนๆ ครับ… ชีวิตของคนเรานั้นสั้นนัก สั้นเกินกว่าจะมานั่งจมอยู่กับความทุกข์ หรือวิ่งไล่ไขว่คว้าภาพลวงตาที่ไม่ยั่งยืน เรื่องราวของนายบังเอิญ หลวงตาจอนห์ ครูฝ้าย และลุงมืด ไม่ใช่แค่นิยายประโลมโลก แต่มันคือ “แผนที่ชีวิต” ที่จะนำพาคุณออกจากวงกตแห่งความสับสน ไปสู่ทางออกที่สว่างไสว
ผมเชื่อเหลือเกินว่า หากคุณได้ลองเปิดใจอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างละเอียด คุณจะไม่ได้แค่อรรถรสความบันเทิง แต่คุณจะได้ “แว่นตาอันใหม่” ไว้สำหรับมองโลก… มองปัญหาด้วยปัญญา มองความทุกข์ด้วยความเข้าใจ และมองเห็นความโชคดีในความโชคร้าย
อย่าเชื่อผม… จนกว่าคุณจะได้พิสูจน์ด้วยสายตาและหัวใจของคุณเอง
ลองถามตัวคุณเองดูสิครับว่า…
- วันนี้คุณกำลังวิ่งหนีอะไรอยู่หรือเปล่า?
- คุณกำลังแบกความแค้นหรือความรู้สึกผิดไว้ในใจหรือเปล่า?
- และคุณพร้อมหรือยัง… ที่จะเปลี่ยน “เรื่องบังเอิญ” ร้ายๆ ในชีวิต ให้กลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่ดีที่สุด?
ถ้าคำตอบคือ “พร้อม”… เชิญพลิกหน้ากระดาษและก้าวเข้าสู่โลกของ “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” ได้เลยครับ
ดาวน์โหลดหนังสือฉบับเต็มได้ที่ Link ด้านล่างนี้ครับ (คลิกเพื่อดาวน์โหลดและเริ่มต้นการเดินทางสู่ใจใหม่)
[Link ดาวน์โหลดหนังสือ ไม่ใช่เรื่อง บังเอิญ.pdf]
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่าน และขอให้ธรรมะจัดสรรสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต… โดยไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ.




ใส่ความเห็น