ท่านผู้อ่านครับ เคยไหมครับที่รู้สึกว่ายิ่งเรา “รู้มาก” เท่าไหร่ ชีวิตกลับยิ่ง “หนัก” มากขึ้นเท่านั้น? ยิ่งเราพยายาม “ควบคุม” ทุกอย่างให้เป็นไปตามแผน ใจเรากลับยิ่ง “วุ่นวาย” และหาความสงบไม่เจอ?

ผมเองเคยเป็นคนคนนั้นครับ ผมคือ “ผู้หมวดแดน” ในโลกแห่งความเป็นจริง ชายผู้แบกเกียรติยศ ใบปริญญา และอีโก้ไว้เต็มบ่า จนกระทั่งวันที่พายุแห่งชีวิตพัดถล่มจน “ขา” แห่งความมั่นใจของผมขาดสะบั้นลง ผมถึงได้ค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในขนนกสีขาวที่ล่องลอยไปตามลม… ความลับที่ชายปัญญานิ่มชื่อ “ฟอร์เรสต์ กัมป์” พยายามบอกเรามาตลอด

วันนี้ผมไม่ได้มาในฐานะนักวิชาการ แต่มาในฐานะเพื่อนนักเดินทางที่เพิ่งวางแผนที่อันหนักอึ้งลง และอยากชวนท่านมานั่งคุยกันผ่านหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ผมเขียนขึ้นจากหัวใจที่ยอมจำนนต่อความจริง หนังสือที่มีชื่อว่า “ผู้ไม่รู้ เมื่อหลงยึดว่ารู้”


ความน่าสนใจของหนังสือ: เมื่อธรรมะมาบรรจบกับฮอลลีวูด

หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ตำราธรรมะที่เต็มไปด้วยศัพท์แสงบาลีที่ยากจะเข้าใจ และไม่ใช่หนังสือ How-to สู่ความสำเร็จแบบฉาบฉวย แต่มันคือ “บันทึกคำสารภาพ” ของคนฉลาดที่ยอมรับว่าตนเองโง่เขลา เป็นเรื่องราวการเดินทางภายในจิตใจของด็อกเตอร์คนหนึ่ง ที่พยายามเอาชนะกิเลสด้วยตรรกะเหตุผล แต่กลับพ่ายแพ้อย่างราบคาบ และถูกกอบกู้จิตวิญญาณขึ้นมาได้ด้วยปรัชญาอันเรียบง่ายของ “คนโง่” ในภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump

ความโดดเด่นที่สุดของหนังสือเล่มนี้ คือการนำเอา “ธรรมะ” มาผสานเข้ากับ “เรื่องเล่าในภาพยนตร์” ได้อย่างแนบเนียน ท่านจะได้เห็นภาพเปรียบเทียบที่ชัดเจนจนต้องร้องอ๋อ:

  • ผู้หมวดแดน: ตัวแทนของ “อัตตา” ความยึดมั่นถือมั่น และความทุกข์ของคนเก่งที่พยายามฝืนโลก
  • ฟอร์เรสต์ กัมป์: ตัวแทนของ “ผู้ไม่รู้” (สุญญตา) ผู้ที่อยู่กับปัจจุบันขณะ ไม่ปรุงแต่ง และไหลไปตามกระแสกรรมอย่างอิสระ
  • เจนนี่: ตัวแทนของจิตที่ดิ้นรน แสวงหา และวิ่งหนีความจริงจนบอบช้ำ

หนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนมุมมองที่ท่านมีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ไปตลอดกาล และในขณะเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะทำให้ท่านเข้าใจธรรมะที่ลึกซึ้งได้ง่ายดายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


เจาะลึกเนื้อหาสำคัญ: 5 บทเรียนจาก “คนโง่” ที่จะเปลี่ยนชีวิต “คนฉลาด”

ในหนังสือกว่า 115 หน้านี้ ผมได้ร้อยเรียงบทเรียนชีวิตออกเป็น 20 บท ซึ่งผมขอสรุปแก่นสำคัญที่ท่านจะได้รับ เพื่อเป็นน้ำจิ้มเรียกน้ำย่อย ดังนี้ครับ:

1. กับดักของคนฉลาด: โรคเสพติดคำว่า “ทำไม”

คนฉลาดอย่างพวกเรามักติดนิสัยชอบถามว่า “ทำไม” กับทุกเรื่อง “ทำไมต้องเกิดเรื่องนี้กับฉัน?” “ทำไมเขาทำแบบนั้น?” เราหลงคิดว่าการรู้สาเหตุคือการดับทุกข์ แต่ในหนังสือเล่มนี้ ผมได้ชี้ให้เห็นผ่านฉากพายุเฮอริเคนว่า ในขณะที่ผู้หมวดแดนปีนเสากระโดงเรือไปตะโกนด่าพระเจ้าและถามว่า “ทำไม” ฟอร์เรสต์ กัมป์ กลับก้มหน้าก้มตา “หมุนพวงมาลัย” ประคองเรือสู้คลื่น

หนังสือจะสอนให้ท่านเปลี่ยนคำถามจาก “ทำไม” (ที่พาจิตย้อนไปอดีต) มาเป็นคำว่า “อะไร” (ที่ดึงจิตกลับมาปัจจุบัน) ว่า “อะไรกำลังเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้?” และ “เราทำอะไรได้บ้างเดี๋ยวนี้?” นี่คือยาขนานเอกที่จะรักษาอาการ “คิดวน” ของท่านให้หายขาด

2. วิชา “กินข้าว ไม่กินเมนู”

หนึ่งในความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักปฏิบัติธรรมสายวิชาการ คือการ “ติดสมมติบัญญัติ” เราท่องจำชื่อกิเลสได้ทุกตัว เราอธิบายรสชาติของต้มยำกุ้งได้เป็นฉากๆ แต่เราไม่เคยตักเข้าปากจริงๆ

ในบทที่ 15 ผมได้เล่าถึงประสบการณ์อันน่าขบขันปนขมขื่น ของการพยายามเอา “ชื่อเรียก” (Label) ไปแปะทับ “ความรู้สึก” (Reality) เมื่อโกรธ ผมรีบเรียกมันว่า “โทสะ” แล้วคิดว่ารู้ทันแล้ว แต่ไฟโทสะกลับไม่ดับ หนังสือเล่มนี้จะพาท่านวาง “เมนูอาหาร” (ตำรา) ลง แล้วหันมาใช้ “ลิ้น” (ใจ) สัมผัสรสชาติของความจริงแบบซื่อๆ เหมือนที่กัมป์รู้ว่า “ความรักคืออะไร” โดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรม

3. ศิลปะการเป็น “ยามเฝ้าประตู” แทน “ผู้จัดการ”

คนทำงานเก่งมักติดนิสัย “Micro-management” เข้าไปจัดการกะเกณฑ์จิตใจตอนนั่งสมาธิ “ต้องสงบนะ” “ห้ามฟุ้งซ่านนะ” ผลคือเครียดและล้า หนังสือเล่มนี้เสนอทางออกที่ง่ายกว่านั้น คือการปลด “ผู้จัดการจอมบงการ” ออก แล้วจ้าง “ยามหน้าซื่อๆ” แบบฟอร์เรสต์ กัมป์ มาทำงานแทน

ยามกัมป์มีหน้าที่แค่ “นั่งดู” ใครเดินเข้า (ความสุข) ก็รู้ ใครเดินออก (ความทุกข์) ก็รู้ ไม่เข้าไปด่าแขก ไม่วิ่งตามแขก แค่รับรู้แล้วปล่อยวาง เทคนิคนี้จะทำให้การปฏิบัติธรรมของท่านเปลี่ยนจาก “งานหนัก” กลายเป็น “การพักผ่อน” ทันที

4. การว่ายน้ำของผู้หมวดแดน: พลังแห่งการยอมจำนนและให้อภัย

นี่คือจุดพีคของหนังสือและของภาพยนตร์ ฉากที่ผู้หมวดแดนกระโดดลงจากเรือ ทิ้งร่างพิการลงสู่ผืนน้ำ แล้วลอยตัวท่ากรรเชียงมองฟ้า มันคือสัญลักษณ์ของการ “สงบศึกกับตัวเอง”

ผมได้เขียนถ่ายทอดประสบการณ์การเลิกเกลียดตัวเอง เลิกโทษอดีต และการหันมาโอบกอดความไม่สมบูรณ์แบบ หากท่านกำลังจมอยู่กับความรู้สึกผิด หรือรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ บทที่ 17 นี้จะเปรียบเสมือนห่วงยางช่วยชีวิต ที่จะพาท่านลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำแห่งความเมตตาอีกครั้ง

5. ขาเทียมไทเทเนียม: การใช้ชีวิตทางโลกด้วยปัญญาทางธรรม

หลายคนกลัวว่าถ้าปฏิบัติธรรมแล้วจะ “ไม่ทันโลก” หรือจะทำงานไม่เก่ง แต่บทสรุปของผู้หมวดแดนในตอนท้ายเรื่อง ที่เดินเหินอย่างสง่างามด้วย “ขาเทียมไทเทเนียม” คือคำตอบครับ

หนังสือเล่มนี้จะบอกวิธีแปลง “อีโก้” (ขาเนื้อเดิมที่เน่าเปื่อย) ให้กลายเป็น “ปัญญา” (ขาเทียมไทเทเนียม) ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ท่านจะยังทำงานเก่งเหมือนเดิม บริหารงานได้เฉียบขาดเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “ใจที่เบา” ท่านจะมี “ดาบที่คมกริบแต่มีฝัก” รู้จักชักออกมาใช้แก้ปัญหา และรู้จักเก็บเข้าฝักเมื่อกลับถึงบ้าน


ความงดงามทางวรรณศิลป์: อ่านง่าย กินใจ เหมือนนั่งดูหนัง

แม้ผมจะเป็นนักวิชาการ แต่หนังสือเล่มนี้ผมเขียนด้วย “ภาษาคน” ไม่ใช่ “ภาษาเทพ” ผมตั้งใจเขียนให้เหมือนเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง เหมือนการนั่งม้านั่งข้างๆ ฟอร์เรสต์ กัมป์ แล้วฟังเขาเล่าเรื่อง

ท่านจะได้พบกับการเปรียบเปรยที่เห็นภาพพจน์และชวนให้จดจำ เช่น:

  • “ไม้สอยมะม่วงที่ยาวเกินไป”: เปรียบความรู้ท่วมหัวที่เอามาแก้ปัญหาใจง่ายๆ ไม่ได้ เหมือนเอาไม้สอยยาว 10 เมตรมาสอยมะม่วงที่อยู่แค่ปลายจมูก
  • “นกอีแร้งบินสูง”: เปรียบคนมีความรู้สูงแต่จิตใจต่ำ คอยจ้องกินแต่ของเน่า (ลาภยศสรรเสริญ)
  • “ชุดเกราะทองคำ”: เปรียบหัวโขนและยศถาบรรดาศักดิ์ที่หนักอึ้ง จนทำให้เราสัมผัสความจริงไม่ได้
  • “ไอศกรีมในสงคราม”: เปรียบความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในปัจจุบันขณะ ที่เราควรตักตวงไว้ แม้ปัญหาชีวิตจะยังไม่จบสิ้น

ทุกตัวอักษรกลั่นกรองมาจากประสบการณ์จริง ทั้งน้ำตาแห่งความทุกข์ และรอยยิ้มแห่งความตื่นรู้ ทำให้หนังสือเล่มนี้มี “ชีวิต” และ “วิญญาณ” ที่จะสัมผัสใจท่านผู้อ่านได้อย่างลึกซึ้ง


คุณค่าของหนังสือ: ทำไมท่านถึงควรดาวน์โหลดมาอ่านเดี๋ยวนี้?

ในโลกที่เต็มไปด้วยความรู้มหาศาล แต่กลับขาดแคลน “ปัญญา” ที่จะดับทุกข์ หนังสือ “ผู้ไม่รู้ เมื่อหลงยึดว่ารู้” เล่มนี้ คือคู่มือฉุกเฉินสำหรับคนยุคใหม่ โดยเฉพาะคนที่มีภาระหน้าที่แบกไว้เต็มบ่า

  • ถ้าท่านคือผู้บริหาร/หัวหน้างาน: ท่านจะได้รู้วิธี “วางดาบ” และปกครองคนด้วยใจที่ร่มเย็น
  • ถ้าท่านคือนักวิชาการ/คนเรียนเก่ง: ท่านจะได้รู้วิธี “เทน้ำชาออกจากถ้วย” เพื่อรองรับความสุขที่แท้จริง
  • ถ้าท่านคือคน perfectionist: ท่านจะได้เรียนรู้วิธี “เคี้ยวช็อกโกแลต” รสขม ด้วยใจที่เป็นกลาง
  • ถ้าท่านคือกำลังเผชิญมรสุมชีวิต: ท่านจะได้กำลังใจ และเทคนิคการ “ว่ายน้ำท่ากรรเชียง” เพื่อเอาตัวรอดจากพายุ

หนังสือเล่มนี้แจก ฟรี ครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะความตั้งใจเดียวของผม คือการส่งต่อ “ขนนกแห่งอิสรภาพ” นี้ไปสู่มือของท่าน ผมหวังเพียงว่า เมื่อท่านอ่านจบ ท่านจะมองเห็นขนนกสีขาวในใจของท่านเอง และปล่อยให้มันล่องลอยไปตามวิถีแห่งธรรมอย่างเบาสบาย


บทส่งท้าย

ท่านผู้อ่านครับ ฟอร์เรสต์ กัมป์ พูดไว้ว่า “ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อกโกแลต คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าจะหยิบได้รสอะไร”

วันนี้ ท่านอาจจะกำลังหยิบได้รสขมของความทุกข์ รสฝาดของความผิดหวัง หรือรสจืดชืดของความเบื่อหน่าย แต่ไม่ว่าจะเป็นรสอะไร ผมเชื่อมั่นว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็น “น้ำล้างปาก” ที่ดี ที่จะทำให้ท่านกลับมาลิ้มรสความสดชื่นของชีวิตได้อีกครั้ง

วางความรู้เดิมๆ ลงชั่วคราว ปลดเกราะหนักๆ ออก แล้วลองเปิดใจอ่านหนังสือเล่มนี้ดูสิครับ บางที… ท่านอาจจะพบว่า “ความไม่รู้” ที่ท่านเคยหวาดกลัว กลับกลายเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูสู่ “ความรู้แจ้ง” ที่ท่านตามหามาตลอดชีวิต

เชิญดาวน์โหลดหนังสือ “ผู้ไม่รู้ เมื่อหลงยึดว่ารู้” ฉบับเต็มได้ที่ลิงก์นี้ครับ

ใส่ความเห็น