สวัสดีครับท่านผู้อ่านกัลยาณมิตรทุกท่าน ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้มาบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังและแก่นแท้ของหนังสือเล่มนี้ด้วยตนเอง เพื่อเชิญชวนให้ทุกท่านได้ลองเปิดใจรับ “แว่นตา” คู่ใหม่ ที่อาจเปลี่ยนวิธีที่ท่านมองโลกและผู้คนไปตลอดกาล
ในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเชื่อมต่อเราเข้าด้วยกันเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่ดูเหมือนว่า “ระยะห่างทางใจ” ของเรากลับยิ่งห่างไกลกันออกไปทุกที เราตัดสินกันที่ภาพโปรไฟล์ ตัดสินความสำเร็จที่ยอดไลก์ และตัดสินคุณค่าของคนเพียงแค่เปลือกนอกที่ฉาบทาไว้ ความสัมพันธ์ในสังคมเปราะบาง ความขัดแย้งเกิดขึ้นง่ายดายเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำ หรือความเข้าใจผิดเล็กน้อย
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อสอนทฤษฎีจิตวิทยาตะวันตกที่เพิ่งค้นพบเมื่อร้อยปีมานี้ แต่ผมตั้งใจพาท่านย้อนเวลากลับไปกว่า ๒,๕๐๐ ปี ไปสู่ขุมทรัพย์แห่งปัญญาที่เที่ยงแท้ที่สุด นั่นคือ “พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า” ผ่านเรื่องราวใน พระสูตร ต่างๆ พระพุทธองค์ทรงเป็นยอดนักจิตวิทยาที่เข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้งที่สุด พระองค์ไม่ได้มองคนแค่กายเนื้อ แต่ทรงมองทะลุถึงก้นบึ้งของจิตใจ และวิธีการที่พระองค์ใช้รับมือกับคนประเภทต่างๆ นั้น ยังคงทันสมัยและใช้ได้จริงอย่างน่าอัศจรรย์ในโลกยุคดิจิทัล
ความน่าสนใจ: ทำไมต้องเป็น “ฉบับพระสูตร”?
หลายท่านอาจคิดว่า “พระสูตร” เป็นเรื่องเข้าใจยาก เป็นภาษาบาลีที่ไกลตัว แต่ในหนังสือเล่มนี้ ผมได้ทำหน้าที่เป็น “นักเล่าเรื่อง” ที่หยิบยกเหตุการณ์ในพุทธประวัติ มาเรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาที่อ่านง่าย สนุก และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน
พระสูตรเปรียบเสมือนบันทึกประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต เป็นกรณีศึกษา (Case Study) ที่เกิดขึ้นจริงกับมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีรัก โลภ โกรธ หลง เช่นเดียวกับเรา ท่านจะได้พบกับตัวละครที่หลากหลาย ตั้งแต่พระราชาผู้หลงกลจารบุรุษ , หญิงงามเมืองที่ใช้ความสวยเป็นอาวุธ , พราหมณ์ขี้โมโหที่มายืนด่าพระพุทธเจ้า, ไปจนถึงฆาตกรที่สังคมรังเกียจ
ความน่าสนใจคือ “ธรรมะจัดสรร” ครับ ทุกเรื่องราวที่คัดสรรมา ๑๖ บท ในหนังสือเล่มนี้ ถูกจัดวางลำดับขั้นตอนอย่างประณีต เพื่อค่อยๆ “ลอกคราบ” ความเชื่อเดิมๆ ของท่านออก แล้ว “ประกอบสร้าง” มุมมองใหม่ที่เปี่ยมด้วยปัญญาและเมตตา
เจาะลึกเนื้อหาสำคัญ: การเดินทาง ๔ ภาค สู่ใจที่ตื่นรู้
หนังสือเล่มนี้แบ่งการเดินทางทางจิตวิญญาณออกเป็น ๔ ภาคหลัก ครอบคลุมทุกมิติของความสัมพันธ์ ดังนี้ครับ
ภาคที่ ๑: ลอกคราบมายา (Unmasking the Illusion)
เราเริ่มต้นด้วยการทลายกำแพงแห่ง “อคติ” ในบทแรกๆ ผมจะชวนท่านไปดูว่าทำไมเราถึงมักดูคนผิด
- เปลือกนอกที่หลอกตา: ท่านจะได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงของพระเจ้าปเสนทิโกศล ที่ตัดสินนักบวชเพียงเพราะเห็นว่าแต่งตัวปอนๆ ดูสมถะ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นสายลับเจ้าสำราญ บทนี้สอนให้เรารู้ว่า “ศีล” ต้องดูกันนานๆ และความสะอาดของจิตใจต้องวัดกันที่การสนทนา ไม่ใช่เครื่องแบบ
- คนถ่อยหรือผู้ประเสริฐ: เราจะไปรื้อถอนระบบชนชั้นในใจ ผ่านเรื่องราวของพราหมณ์บูชาไฟที่ด่าพระพุทธองค์ว่าเป็น “คนถ่อย” พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราวัดค่าของคนที่ “การกระทำ” (กรรม) ไม่ใช่ชาติกำเนิด ใครจะเกิดในตระกูลสูงแค่ไหน ถ้าทำชั่ว เบียดเบียนคนอื่น ก็คือคนถ่อยในคราบผู้ดี
- กับดักแห่งความงาม: เรื่องราวความแค้นของ “นางมาคันทิยา” สาวงามที่ถูกพระพุทธองค์ปฏิเสธด้วยประโยคที่แสบสันต์ว่า ร่างกายนี้เต็มไปด้วยของสกปรก เพื่อสอนให้เห็นโทษของการหลงใหลในรูปลักษณ์สังขาร
ภาคที่ ๒: มองเห็นความเหมือน (Discovering Similarity)
เมื่อลอกเปลือกนอกออก เราจะพบว่ามนุษย์ทุกคน “เหมือนกัน” อย่างน่าตกใจ
- มหาสมุทรแห่งน้ำตา: บทนี้อาจทำให้ท่านน้ำตาซึม พระพุทธองค์ตรัสเปรียบเทียบว่า น้ำตาที่เราเคยหลั่งมาแล้วในวัฏสงสาร เพราะเสียคนรัก พลัดพราก หรือผิดหวัง นั้นมีปริมาณมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ เมื่อรู้เช่นนี้ เราจะมองคนขี้โมโหหรือคนเห็นแก่ตัวด้วยความสงสาร ว่าเขาก็คือ “เพื่อนร่วมทุกข์” ที่เคยเจ็บปวดมาไม่ต่างจากเรา
- ญาติมิตรในสังสารวัฏ: นี่คือแนวคิดที่เปลี่ยนโลก พระพุทธองค์ตรัสว่า ยากนักที่จะหาใครสักคนที่ไม่เคยเกิดเป็น พ่อ แม่ พี่ น้อง กับเรามาก่อน คนแปลกหน้าที่เดินสวนกัน อาจเคยเป็นแม่ที่รักเราสุดหัวใจในชาติที่แล้ว มุมมองนี้จะทำลายกำแพง “เขา-เรา” และสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้ง
- เลือดสีเดียวกัน: เราใช้หลักวิทยาศาสตร์มาจับกับ “วาเสฏฐสูตร” ที่พิสูจน์ว่า มนุษย์ทั้งโลกคือสปีชีส์เดียวกัน ไม่มีความแตกต่างโดยกำเนิด เหมือนเสือกับแมว ความแตกต่างของสีผิวเป็นเพียงมายา
ภาคที่ ๓: สัมพันธ์ด้วยใจ (Relationships by Heart)
เมื่อใจเปิดกว้างแล้ว เรามาเรียนรู้วิธีปฏิบัติ (How-to) ในการอยู่ร่วมกัน
- ทิศทั้ง ๖ ที่ต้องดูแล: ผมถอดรหัสจาก “สิงคาลกสูตร” มาเป็นคู่มือเช็กลิสต์ความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของพ่อแม่-ลูก, สามี-ภรรยา, หรือนายจ้าง-ลูกจ้าง ที่พระพุทธองค์ทรงวางหลักสิทธิมนุษยชนและสวัสดิการแรงงานไว้อย่างล้ำสมัย
- กัลยาณมิตร: วิธีสแกนคนว่าใครคือ “เพื่อนแท้” ใครคือ “เพื่อนเทียม” พร้อมวิธีคบคนให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง
- วาจาที่สมานใจ: ศิลปะการพูดด้วย “วาจาสุภาษิต” ผ่านตะแกรงร่อนคำพูด ๕ ชั้น พูดอย่างไรให้คนรัก พูดอย่างไรให้ไม่สร้างศัตรู
ภาคที่ ๔: ปัญญาเคียงคู่กรุณา (Wisdom and Compassion)
บทสรุปของการเดินทาง คือการรับมือกับด้านมืดของมนุษย์ด้วยแสงสว่างแห่งธรรม
- ชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ: เทคนิคจิตวิทยาชั้นสูงจาก “อักโกสสูตร” เมื่อมีคนมาด่า ให้เราใช้วิธี “ไม่รับของฝาก” แล้วคำด่านั้นจะตีกลับไปหาเจ้าของเอง การไม่โกรธตอบไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือชัยชนะที่แท้จริง
- บททดสอบของขันติ: นี่คือบทที่พีคที่สุด กับ “กกจูปมสูตร” หรือ “อุปมาด้วยเลื่อย” พระพุทธองค์สอนว่า ต่อให้ถูกโจรจับมาเลื่อยแขนขา ก็ห้ามโกรธ! ฟังดูเหลือเชื่อ แต่ในบทนี้มีวิธีวางใจให้เป็นเหมือนแผ่นดิน เหมือนอากาศ เพื่อให้เราก้าวข้ามความเจ็บปวดทั้งปวง
- ดับไฟแค้นและแผ่เมตตา: ทิ้งท้ายด้วยวิธีล้างใจให้สะอาดจากความอาฆาต และการแผ่เมตตาแบบไม่มีประมาณ ให้ใจเรากว้างใหญ่ดั่งจักรวาล
คุณค่าและสุนทรียภาพทางวรรณศิลป์
หนังสือ “มองคนด้วยธรรม ฉบับพระสูตร” เล่มนี้ ไม่ได้เขียนด้วยภาษาตำราที่แห้งแล้ง แต่เขียนด้วยภาษา “วรรณกรรม” ที่สละสลวย มีการเปรียบเปรย (Metaphor) ที่เห็นภาพพจน์ เช่น:
- เปรียบชีวิตเป็นโรงละครที่เราต่างสวม “หัวโขน”
- เปรียบความทุกข์เป็น “มหาสมุทรแห่งน้ำตา”
- เปรียบคำด่าเป็น “พัสดุ” ที่เรามีสิทธิ์ตีกลับ
- เปรียบใจที่อดทนเป็น “แผ่นดิน” ที่รองรับของเสียได้โดยไม่รังเกียจ
ผมใช้ลีลาการเขียนที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น เหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อน เหมือนพี่สอนน้อง มีการตั้งคำถามชวนคิด และมีบทสรุปที่นำไปปฏิบัติได้จริง (Call to Action) ในทุกบท ท่านจะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับเรื่องเล่าในอดีต พร้อมกับได้สะท้อนย้อนดูสังคมปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดราม่าในโซเชียลมีเดีย, ปัญหาในที่ทำงาน, หรือความรักความสัมพันธ์
นี่ไม่ใช่แค่หนังสือธรรมะ แต่เป็น “คู่มือการใช้ชีวิต” ที่จะช่วยให้ท่าน:
- อ่านคนขาด: มองทะลุเปลือกนอก เห็นเนื้อแท้ของจิตใจ
- จัดการอารมณ์: รู้วิธีดับไฟโกรธ และเปลี่ยนศัตรูเป็นมิตร
- มีความสุขง่ายขึ้น: เข้าใจความเป็นจริงของโลกธรรม และปล่อยวางได้เร็ว
- สัมพันธ์ราบรื่น: รู้วิธีวางตัวกับคนทุกประเภท ตั้งแต่พ่อแม่ไปจนถึงคนพาล
บทส่งท้าย: ของขวัญทางปัญญา แด่ทุกดวงใจ
ท่านผู้อ่านครับ โลกใบนี้จะน่าอยู่ขึ้นหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร แต่ขึ้นอยู่กับว่า “เรามองเขาอย่างไร” หนังสือเล่มนี้ขออาสาเป็นกัลยาณมิตร ที่จะคอยยื่นแว่นตาแห่งธรรมให้ท่านสวม ในยามที่สายตาพร่ามัวด้วยกิเลส
ผมเขียนหนังสือเล่มนี้ด้วยใจที่ปรารถนาจะเห็นสังคมเราอุดมด้วยปัญญาและเมตตา จึงจัดทำเป็น หนังสือฟรี (E-book) เพื่อมอบเป็นวิทยาทานแก่ทุกคน
ขอเชิญชวนทุกท่าน มาร่วมเดินทางสำรวจจิตใจคนและจิตใจตนเอง พลิกหน้าหนังสือไปทีละหน้า อย่างช้าๆ และมีสติ แล้วท่านจะพบว่า… “โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น มิใช่เพราะคนอื่นเปลี่ยนแปลงไป แต่เพราะใจของท่านเองที่เปลี่ยนไป”
“มองคนด้วยธรรม ฉบับพระสูตร” รอให้ท่านได้สัมผัสความจริงอันงดงามแล้ววันนี้




ใส่ความเห็น