จาก “เปลือก” สู่ “แก่น” สู่ “ความว่าง”: บทสนทนาจากใจผู้เขียน “คุณค่าของฅน”
ในฐานะผู้เขียน ผมใคร่ขอใช้พื้นที่นี้ เพื่อสนทนากับท่านโดยตรง ถึงที่มาที่ไป และ “หัวใจ” ของหนังสือเล่มนี้ ก่อนที่ท่านจะก้าวเข้าสู่ “การเดินทาง” ทั้ง ๑๖ บท ที่ผมได้รจนาขึ้น
คุณผู้อ่านครับ… คำถามที่ว่า… “ฉันมีคุณค่าเพียงใด” หรือ “อะไรคือสิ่งที่วัดว่าฉันเป็นคนที่มีค่า” … มันไม่ใช่เพียงคำถามที่ลอยอยู่ในอากาศ แต่มันคือ “คำถามที่ซ่อนอยู่ในลมหายใจ” ของเราทุกคน มันคือเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในยามที่เราล้มเหลว มันคือความอิ่มเอมในยามที่เราได้รับคำสรรเสริญ และมันคือ “ภาระ” อันหนักอึ้ง ที่ฆราวาสผู้ครองเรือนเช่นเราและผู้คนอีกมากมาย… กำลังแบกรับมันไว้ในทุกย่างก้าวของชีวิต
ผมเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ในฐานะ “ฆราวาส” ที่เข้าใจ “ภาระ” นี้อย่างลึกซึ้ง ผมเข้าใจ “ความจำเป็น” ของการต้องดิ้นรนใน “ตลาดแห่งโลกสมมติ” แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ “ทุกข์” กับการที่เห็นผู้คนมากมาย รวมถึงตัวเราเอง “หลง” อยู่กับการ “แบก” ภาระนั้น จนลืม “แก่นแท้” ที่อยู่ภายใน
หนังสือ “คุณค่าของคน” เล่มนี้ จึงมิได้เขียนขึ้นเพื่อ “ปฏิเสธ” คุณค่าทางโลก เราไม่ได้บอกให้ผู้คนเลิกทำงาน หรือทิ้ง “เปลือกไม้” ไป แต่หนังสือเล่มนี้ จะเป็น “กัลยาณมิตร” ผู้ชี้ชวนให้เรากลับมา “บูรณาการ” คุณค่าทั้งสองมิตินี้เข้าด้วยกัน
ผมขอเปรียบชีวิตเราดั่ง “ต้นไม้” เราจะเป็น “ต้นไม้” ที่มี “เปลือก” สวยงาม สมบูรณ์ (ดำรงชีวิตในโลกอย่างดีที่สุด) แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องบ่มเพาะ “แก่น” ภายในให้แข็งแกร่งที่สุด (ปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์) เราจะเป็นดั่ง “ดอกบัวที่อยู่เหนือตม” คือเราสามารถ “ร่ำรวย” ได้ แต่ไม่ “ถูกความรวยครอบงำ” เราสามารถ “มียศ” ได้ แต่ไม่ “เมายศ”
นี่คือความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ครับ มันคือ “แบบแปลน” สำหรับฆราวาส คือการเดินทางจาก “การแสวงหา” คุณค่าจากภายนอก สู่ “การค้นพบ” คุณค่าที่สมบูรณ์พร้อมอยู่แล้วภายใน และในท้ายที่สุด คือการ “ปล่อยวาง” แม้กระทั่ง “คุณค่า” ทั้งปวง
สรุปเนื้อหาสำคัญ: การเดินทางทั้ง ๔ ภาค
เพื่อ ให้ท่านเห็นภาพ “การเดินทาง” ทั้งหมดที่รอท่านอยู่ ผมขอสรุป “หัวใจ” ของเนื้อหาทั้ง ๔ ภาค ที่ผมได้แบ่งไว้ในหนังสือเล่มนี้
ภาค ๑ (บทที่ ๑-๔): “เปลือกไม้ที่จำเป็น” และ “เงามืด” ของมัน
การเดินทางของเราเริ่มต้นที่ “โลก” ที่เราคุ้นเคย ผมเรียกมันว่า “ตลาดแห่งสมมติบัญญัติ” ในบทที่ ๒ เราจะมาสำรวจ “มาตรวัด” (Metrics) ที่โลกนี้ใช้ “ตีค่า” เรา ซึ่งผมเรียกว่า “เปลือกไม้ที่จำเป็น” เพราะในฐานะฆราวาส เรา “ทิ้ง” มันไม่ได้
มาตรวัดเหล่านี้มี ๓ ประการหลัก:
- คุณค่าจาก “การมี” (Value from Having): โลกวัดเราด้วยปริมาณทรัพย์สิน บ้าน รถยนต์ ตัวเลขในบัญชี มันตอบสนองความกลัว “ความขาดแคลน” และเป็น “หน้าที่” ที่เราต้องมีเพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัว
- คุณค่าจาก “การเป็น” (Value from Being): โลกวัดเราด้วย “ตำแหน่ง” (Position) และ “ยศถาบรรดาศักดิ์” เราเป็น “ใคร” ในสังคม มันตอบสนอง “การยอมรับ” (Recognition) และจำเป็นต่อ “การทำหน้าที่” (Duty) ในสังคม
- คุณค่าจาก “การทำ” (Value from Doing): โลกวัดเราด้วย “ความสามารถ” (Productivity) เรา “เก่ง” แค่ไหน เรา “สร้างประโยชน์” อะไรให้โลก นี่คือ “สัมมาอาชีวะ” (การงานที่สุจริต)
ผมย้ำในบทนี้ว่า มาตรวัดเหล่านี้ “ไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย” มันคือ “กติกา” ของโลก แต่ในบทที่ ๓ เราจะมาสำรวจ “เงามืดของเปลือกไม้” “เงามืด” นี้ไม่ได้เกิดจาก “เปลือก” (ทรัพย์, ยศ) แต่เกิดจาก “อุปาทาน” คือ “ความยึดมั่นถือมั่น” ว่า “เปลือก” เหล่านั้นคือ “ตัวเรา”
เมื่อเรา “ยึด” มัน “เปลือก” ก็จะกลายเป็น “โซ่ตรวน” และเราจะต้องตกเป็นทาสของ “โลกธรรม ๘” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้:
- มี “ลาภ” ก็ฟูฟ่อง… “เสื่อมลาภ” ก็แฟบลง
- มี “ยศ” ก็เหิมเกริม… “เสื่อมยศ” ก็เจ็บปวด
- มี “สรรเสริญ” ก็ยิ้มรับ… มี “นินทา” ก็ทุกข์ทน
- มี “สุข” (จากการได้) ก็เพลิน… มี “ทุกข์” (จากการเสีย) ก็คร่ำครวญ
นี่คือ “ความทุกข์” ที่เรากำลังเผชิญ และในบทที่ ๔ ผมจะชี้ให้เห็น “ทางออก” ที่ไม่ต้อง “หนี” โลก คือการ “ปฏิวัติ” ความคิดใหม่ว่า “การทำงาน คือ การปฏิบัติธรรม” เราจะเปลี่ยน “งาน” (เปลือก) จาก “โซ่ตรวน” ให้กลายเป็น “เครื่องมือขัดเกลา” กิเลส เราจะทำงานด้วย “ฉันทะ” (ความรักในงาน) ไม่ใช่ “ตัณหา” (ความอยากได้ผลตอบแทน)
ภาค ๒ (บทที่ ๕-๘): “แก่นแท้ที่ถูกลืม” และ “แบบแปลนไตรสิกขา”
เมื่อเราเห็น “โทษ” ของการยึด “เปลือก” แล้ว ภาค ๒ จะเป็นการเดินทาง “กลับเข้าภายใน” สู่ “อารามแห่งจิตภายใน” เพื่อ “ค้นพบ” และ “บ่มเพาะ” “แก่นไม้” (Core)
ในบทที่ ๕ เราจะ “เปลี่ยนกระบวนทัศน์” จาก “ชาวป่า” (ผู้ตีค่าเปลือก) มาเป็น “ช่างไม้” (ผู้ตรวจสอบแก่น) เราจะ “ค้นพบ” ว่า “แก่นแท้” ของเราคืออะไร มันคือ “จิตประภัสสร” (จิตที่สว่างไสว) ที่ถูก “กิเลสจร” (ดั่งดินโคลน) ห่อหุ้มไว้ มันคือ “พุทธภาวะ” คือ “ศักยภาพในการพ้นทุกข์” ดังที่ท่าน ป.อ. ปยุตโต ชี้ว่า คุณค่าสูงสุดของมนุษย์คือการเป็น “สัตว์ที่ฝึกได้” (ทมิตตฺต์) นี่คือ “คุณค่า” ที่ “เท่าเทียม” กันในมนุษย์ทุกคน
เมื่อ “ค้นพบ” แก่นแล้ว เราจะ “สร้าง” มันให้แข็งแกร่งได้อย่างไร คำตอบคือ “แบบแปลน” ที่พระพุทธองค์มอบให้… “ไตรสิกขา”
- บทที่ ๖: คุณค่าแห่ง “ศีล” (Sila): นี่คือ “คุณค่าฐานที่หนึ่ง” ผมเปรียบศีล ดั่ง “รากแก้ว” (Taproot) เราจะพลิกความเข้าใจว่า “ศีล” ไม่ใช่ “ข้อห้าม” (Burden) แต่คือ “ความปกติ” (Normalcy) และ “ความเย็น” “ศีล” คือคุณค่าแห่ง “ผู้ไม่เบียดเบียน” (อวิหิงสา) มันสร้าง “ความไม่เดือดเนื้อร้อนใจ” (อวิปปฏิสาร) ซึ่งเป็น “รากฐาน” ที่ “จำเป็น” ของ “สมาธิ”
- บทที่ ๗: คุณค่าแห่ง “สมาธิ” (Samadhi): นี่คือ “คุณค่าฐานที่สอง” ผมเปรียบสมาธิ ดั่ง “ลำต้นอันตั้งมั่น” “สมาธิ” ไม่ใช่แค่ “การนั่งนิ่ง” (Sitting) แต่คือ “ความตั้งมั่นแห่งจิต” (Stability) “ลำต้น” นี้ทำให้เรา “ไม่หวั่นไหว” (Unwavering) ต่อ “พายุ” แห่งอารมณ์และ “โลกธรรม ๘” มันคือ “อิสรภาพทางอารมณ์” และมันทำหน้าที่ “เตรียม” จิต (ดั่งน้ำที่นิ่งใส) ให้ “พร้อม” สำหรับ “ปัญญา”
- บทที่ ๘: คุณค่าสูงสุด: “ปัญญา” (Panna): นี่คือ “ดอกผล” “ปัญญา” ไม่ใช่ “ความรู้” (Knowledge) แต่คือ “การเห็น” (Seeing) “เห็น” ความจริงที่เรียกว่า “ไตรลักษณ์” คือ “อนิจจัง” (ไม่เที่ยง) “ทุกขัง” (ทนอยู่ไม่ได้) และ “อนัตตา” (ไม่ใช่ตัวตน) เมื่อ “ปัญญา” (ใบ) ได้รับ “น้ำ” (สมาธิ) และ “แสงแดด” (ไตรลักษณ์) มันก็ “สังเคราะห์แสง” สร้าง “อาหาร” คือ “วิมุตติ” (ความหลุดพ้น) “ต้นไม้” (จิต) ของเราก็ “อิ่ม” จากภายใน
ภาค ๓ (บทที่ ๙-๑๓): “คุณค่าในมิติแห่งชีวิต” (เมื่อต้นไม้ต้องอยู่ในป่า)
เมื่อ “แก่น” ของเรา “อิ่ม” และ “สมบูรณ์” แล้ว ภาค ๓ คือ “บททดสอบ” ว่า “ต้นไม้ที่อิ่มแล้ว” นี้ จะ “สัมพันธ์” (Relate) กับ “ป่า” (โลก) อย่างไร
- บทที่ ๙: “บุญ” (Merit): เราจะพลิกความหมายของ “บุญ” จาก “การสะสมอัตตา” (เช่น ทำบุญเพื่อรวย, เอาหน้า) ไปสู่ “คุณค่าแห่งการสละออก” (จาคะ) “ต้นไม้ที่อิ่มแล้ว” (จิตที่มีปัญญา) ย่อม “สละผล” (ให้ทาน) มิใช่เพราะ “อยากได้” แต่เพราะ “ข้างในมันล้น” ดัง “หัวใจของอนาถบิณฑิกเศรษฐี” ที่คุณค่าของท่านไม่ได้อยู่ที่ “ปริมาณ” ทรัพย์ แต่อยู่ที่ “คุณภาพ” ของจิตที่ “สละ” แม้ในยามที่ท่าน “ตกยาก” (ถวายข้าวปลายเกวียน)
- บทที่ ๑๐: “มานะ” (Conceit) ปะทะ “ฉันทะ” (Will): นี่คือ “เส้นบางๆ แห่งตัวตน” เมื่อเรา “ดี” แล้ว (มีศีล, สมาธิ) เราจะแยก “ไฟในเตา” (ฉันทะ – ความพอใจในธรรมะ) ออกจาก “ไฟป่า” (มานะ – ความถือตัว) ได้อย่างไร “หัวใจ” ของ “มานะ” คือ “การเปรียบเทียบ” (“ฉันดีกว่า” “ด้อยกว่า” หรือ “เสมอเขา”) ส่วน “หัวใจ” ของ “ฉันทะ” คือ “การเคารพศักยภาพ” (พุทธภาวะ) ของตน
- บทที่ ๑๑: “ความผิดพลาด” (Failure): “โลก” มองความล้มเหลวคือ “ความไร้ค่า” คือ “รอยตำหนิ” แต่ “ธรรมะ” มองว่ามันคือ “แผลที่สอนให้เราตื่น” “ความล้มเหลว” คือ “ครู” ที่มา “กระชาก” เราให้ “เห็น” “อนิจจัง” มันคือ “ปุ๋ย” ชั้นดีที่ทำให้ปัญญา “แตกยอดใหม่” และมันคือ “ประตู” ที่เปิดให้เรา “เมตตาต่อตนเอง” (Self-compassion)
- บทที่ ๑๒: “มุทิตา” (Sympathetic Joy): นี่คือ “บททดสอบ” ที่ท้าทายที่สุด คือการ “จัดการ” กับ “ความสำเร็จ” ของ “ผู้อื่น” “จิต” เราคือ “กระจกเงา” “จิต” ที่ “สกปรก” (มีกิเลส) จะสะท้อน “ความอิจฉา” (อิสสา) แต่ “จิต” ที่ “สะอาด” (อิ่มแล้ว) จะสะท้อน “มุทิตา” (ความพลอยยินดี) “มุทิตา” คือ “ยาถอนพิษ” ของ “อิสสา” และเป็น “หลักฐาน” ที่แท้จริงว่า “แก่น” ของเรา “อิ่ม” แล้ว
- บทที่ ๑๓: “กาลเวลา” (Time): “คุณค่า” ของเราเปลี่ยนไปตาม “วัย” ผมเปรียบดั่ง “ดวงอาทิตย์” “วัยเยาว์” (อาทิตย์ยามเช้า) คือ “คุณค่าแห่งการเรียนรู้” (ดูดซับศีลธรรม) “วัยกลางคน” (อาทิตย์ยามเที่ยง) คือ “คุณค่าแห่งการสร้างและการให้” (แผ่ร่มเงา) “วัยชรา” (อาทิตย์ยามเย็น) คือ “คุณค่าแห่งการปล่อยวาง” และ “การส่งต่อปัญญา”
ภาค ๔ (บทที่ ๑๔-๑๖): “คุณค่าอันเป็นที่สุด” (The Ultimate Value)
การเดินทางมาถึงบทสรุปในภาคสุดท้าย ซึ่งจะตอบคำถามที่ลึกที่สุด
- บทที่ ๑๔: “บูรณาการสองคุณค่า” (Integration): นี่คือวิถีฆราวาสที่แท้จริง คือ “ดอกบัวเหนือตม” “ตม” คือ “โลก” (กิเลส, โลกธรรม) “ดอกบัว” คือ “จิต” ของเรา เรา “เกิดจากตม” “อาศัยตม” (ต้องมีอาชีพ, มีเงิน) แต่เรา “ไม่แปดเปื้อนตม” เรา “มี” ได้ แต่ “ไม่เป็นทาส” ของการมี เรา “เป็น” ได้ แต่ “ไม่เมา” ในยศ เรา “ทำ” ได้ แต่ “ไม่ทุกข์” เพราะการทำ นี่คือ “ทางสายกลาง” (Middle Way)
- บทที่ ๑๕: “วันที่โลกไม่เห็นค่า” (The Day of Worthlessness): นี่คือ “บททดสอบ” สุดท้ายของชีวิต คือวันที่ “เปลือก” (ธุรกิจ, ตำแหน่ง, ชื่อเสียง) “สลาย” ไปจนหมด เรา “เหลือ” อะไร เราเหลือ “ที่พึ่ง” เดียว ที่ “โลก” พรากไปไม่ได้ นั่นคือ “อัตตทีโป” (จงมีตนเป็นที่พึ่ง) “ตน” ที่ว่านี้ “ไม่ใช่” อัตตา แต่ “ตน” ที่ว่านี้คือ “แก่น” แท้ คือ “ไตรสิกขา” เรายังมี “ศีล” (ความเย็น) เรายังมี “สมาธิ” (ความตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว) และเรายังมี “ปัญญา” (ความเข้าใจว่าทุกสิ่งไม่เที่ยงและไม่ใช่ของเรา) นี่คือ “เกาะ” ที่น้ำท่วมไม่ถึง
- บทที่ ๑๖: “คุณค่าอันเป็นที่สุด” (The Ultimate Value): และในบทสุดท้าย เราจะ “ก้าวข้าม” “คุณค่า” ทั้งปวง แม้แต่การ “ยึด” ว่า “ฉันเป็นผู้มีธรรมะ” “ฉันมีปัญญา” นี่คือ “อัตตาแห่งธรรม” “ปัญญา” ที่สมบูรณ์ (วิปัสสนา) จะ “หัน” กลับมา “ส่อง” “ตัวผู้ยึด” เอง และ “เห็น” ว่า แม้แต่ “ศีล สมาธิ ปัญญา” ก็ “ไม่ใช่เรา” (อนัตตา) “ผู้แสวงหา” (อัตตา) “ไม่เคยมีอยู่จริง” “คุณค่าอันเป็นที่สุด” จึง “ไม่ใช่” “การมีคุณค่า” แต่คือ “สุญญตา” (ความว่าง) คือ “การหมดภาระ” (The end of burden) ที่จะต้อง “มีค่า” เหลือเพียง “ธรรมชาติอันบริสุทธิ์” ที่ “สะอาด สว่าง สงบ” (นิพพาน)
คุณค่าของหนังสือ และความงดงามในเชิงวรรณศิลป์
คุณผู้อ่านครับ ผมตั้งใจ “รจนา” หนังสือเล่มนี้ ด้วย “หัวใจ” โดยใช้ “อุปลักษณ์” หรือ “ภาพเปรียบเทียบ” (Metaphors) เป็น “เครื่องมือ” หลัก
ท่านจะพบ “อุปลักษณ์” ของ “ต้นไม้” (เปลือก/แก่น) ซึ่งเป็น “แกนกลาง” ของหนังสือทั้งเล่ม ท่านจะได้พบ “อุปลักษณ์” ของ “ตลาด” “ไฟในเตา/ไฟป่า” (ฉันทะ/มานะ) “กระจกเงา” (มุทิตา) “บาดแผล” (ความล้มเหลว) “ดวงอาทิตย์” (กาลเวลา) และ “ดอกบัว” (การบูรณาการ)
“คุณค่า” ของหนังสือเล่มนี้ จึง “มิใช่” ตำราธรรมะที่ “หนัก” หรือ “ซับซ้อน” แต่มันคือ “บทสนทนา” ระหว่าง “กัลยาณมิตร” ที่พยายาม “ส่อง” “ความจริง” ที่ “ลึกซึ้ง” ให้ “ปรากฏ” ผ่าน “ภาษา” ที่ “เรียบง่าย” และ “สัมผัสใจ”
“คุณค่า” ของมันคือการ “ไม่ปฏิเสธ” “ชีวิตฆราวาส” แต่คือการ “โอบรับ” “ภาระ” นั้น และ “แปรเปลี่ยน” “ภาระ” นั้น ให้กลายเป็น “อุปกรณ์” แห่ง “การตื่นรู้”
เชิญชวนให้ท่านเริ่มต้น “การเดินทาง”
คุณผู้อ่านครับ… “คำถามที่ซ่อนอยู่ในลมหายใจ” นั้น แท้จริงแล้ว… “คำตอบ” ก็ซ่อนอยู่ในลมหายใจเช่นกัน
บัดนี้ “การเดินทาง” ของเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผมได้รวบรวม “แบบแปลน” ทั้งหมดที่ผมได้ศึกษาและปฏิบัติมาไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้ว และในฐานะที่หนังสือเล่มนี้เป็น “หนังสือฟรี” (e-book) มันคือ “ธรรมทาน” ที่ผมขอมอบให้ท่านด้วย “จาคะ” (การสละออก) อันเป็น “บุญ” ที่ผมปรารถนาจะ “สละออก” มิใช่ “สะสมอัตตา”
ผมขอเชิญชวนท่านผู้อ่าน “ดาวน์โหลด” หนังสือ “คุณค่าของฅน” ฉบับเต็ม เพื่อที่เราจะได้เริ่มต้น “การเดินทาง” … เพื่อค้นหา ค้นพบ และบ่มเพาะ “คุณค่า” ที่แท้จริง ที่ซ่อนอยู่ในลมหายใจของเรา … ไปด้วยกันเถิด
ด้วยเมตตา พิพัฒน์ธรรม
ดาวน์โหลดหนังสือ “คุณค่าของฅน” (ฉบับ E-book) ได้ที่: [Link สำหรับดาวน์โหลดหนังสือ]




ใส่ความเห็น