ในฐานะเพื่อนนักเดินทางคนหนึ่งบนเส้นทางของชีวิต ผู้ซึ่งเคยล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรแห่งความว้าวุ่น สับสน และเหนื่อยล้าไม่ต่างจากท่าน ผมใคร่ขอใช้พื้นที่นี้เพื่อสนทนากับท่านด้วยหัวใจ เหมือนเพื่อนเก่าที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง เพื่อบอกเล่าถึงการค้นพบ “แผนที่” ฉบับหนึ่ง แผนที่ซึ่งไม่ได้นำเราไปสู่ดินแดนมหัศจรรย์ที่ไหนไกล แต่เป็นแผนที่ที่จะนำเรา “กลับบ้าน”… บ้านที่แท้จริงซึ่งอยู่กับเรามาตลอด แต่เรากลับพลัดหลงจากไปเนิ่นนานเหลือเกิน
ท่านเคยรู้สึกบ้างไหมครับ… ความรู้สึกว่าวันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเรวจนน่าใจหาย เราตื่นนอน เดินทาง ทำงาน กลับบ้าน และนอนหลับ วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเครื่องจักรกลที่มีชีวิต เราใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในโหมด “ออโตไพลอต” ที่ซึ่งร่างกายกำลังทำสิ่งหนึ่ง แต่จิตใจกลับล่องลอยไปอีกที่หนึ่ง… ขณะกำลังรับประทานอาหารมื้ออร่อย ใจเรากลับกังวลถึงการประชุมในวันพรุ่งนี้ ขณะกำลังสนทนากับคนที่เรารัก ใจเรากลับหวนไปครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่แก้ไขไม่ได้… เรากลายเป็นเพียง “ผู้ชม” ในละครชีวิตของตนเอง เฝ้ามองทุกฉากทุกตอนผ่านม่านหมอกแห่งความคิด โดยแทบไม่ได้สัมผัสกับเนื้อแท้ของชีวิตที่กำลังปรากฏอยู่ตรงหน้าเลย
ความรู้สึกแปลกแยก ความเหนื่อยล้าที่ไม่สามารถอธิบายได้ และความวิตกกังวลที่ซ่อนอยู่ลึกๆ คือผลลัพธ์ของการพลัดหลงจากบ้านหลังนี้ และ “บ้าน” ที่ผมกำลังพูดถึงก็คือ “ปัจจุบันขณะ” อันเป็นพื้นที่เดียวที่ชีวิตได้ปรากฏขึ้นอย่างแท้จริง
หนังสือ “สติ สัมปชัญญะ ภาคปฏิบัติ” ที่ผมได้บรรจงรวบรวมและเรียบเรียงขึ้นมานี้ จึงถือกำเนิดขึ้นจากเจตนาอันบริสุทธิ์ที่จะเป็นดั่ง “คู่มือของเพื่อนเดินทาง” สำหรับท่านผู้อ่านที่ปรารถนาจะเริ่มต้นการเดินทางกลับบ้านหลังนี้อีกครั้งหนึ่ง
ความน่าสนใจของหนังสือ: แผนที่เดินทางที่ไม่ใช่ตำราเรียน
ผมทราบดีว่าหนังสือธรรมะหลายเล่มอาจดูเข้าถึงยาก เต็มไปด้วยศัพท์แสงทางวิชาการ หรือดูเคร่งขรึมจนทำให้เรารู้สึกว่าห่างไกลจากวิถีชีวิตจริง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงตั้งใจอย่างยิ่งที่จะรจนาหนังสือเล่มนี้ให้มีลักษณะที่แตกต่างออกไป
จุดเด่นประการแรกคือความสวยงามในเชิงวรรณศิลป์และภาษาที่เข้าถึงง่าย ผมเชื่อว่าธรรมะที่ลึกซึ้งที่สุดสามารถอธิบายได้ด้วยภาษาที่เรียบง่ายที่สุด หนังสือเล่มนี้จึงเต็มไปด้วยอุปมาอุปไมยที่ท่านสามารถเห็นภาพตามได้อย่างชัดเจน เราจะร่วมกันล่องเรือฝ่า “มหาสมุทรแห่งความว้าวุ่น” โดยมี “สติ” เป็นดั่ง “ยามเฝ้าสังเกตการณ์บนเสากระโดงเรือ” และมี “สัมปชัญญะ” เป็นดั่ง “กัปตันผู้ถือหางเสือผู้ชาญฉลาด” เราจะเรียนรู้ที่จะมองสภาวะจิตของเราเป็นดั่ง “ท้องฟ้าและก้อนเมฆ” ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป และจะค้นพบว่าความโกรธนั้นร้อนแรงดุจ “ก้อนถ่านไฟแดง” ที่เราไม่จำเป็นต้องกำมันไว้ให้เจ็บปวดมือของเราเอง วรรณศิลป์เหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสุนทรีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ท่านเข้าใจและจดจำแก่นธรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ประการที่สองคือความเป็น “ภาคปฏิบัติ” ที่จับต้องได้ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การอธิบายว่าสติคืออะไร แต่จะนำพาท่าน “ลงมือทำ” ทีละก้าวๆ เราจะเริ่มต้นจากการทอด “สมอเรือแห่งลมหายใจ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่มั่นคงที่สุด แล้วค่อยๆ ขยายขอบเขตของการฝึกฝนให้ถักทอเข้าไปในทุกอณูของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การลืมตาตื่น การแปรงฟัน การรับประทานอาหาร ไปจนถึงการทำงาน การสื่อสารกับผู้คน การจัดการเรื่องการเงิน และแม้กระทั่งการรับมือกับโลกดิจิทัลที่วุ่นวาย ท่านจะค้นพบว่า ทุกกิจกรรมในชีวิตสามารถเปลี่ยนให้เป็นการภาวนาได้ทั้งสิ้น
ประการสุดท้ายคือท่าทีแห่ง “กัลยาณมิตร” ผมไม่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ในฐานะครูบาอาจารย์ผู้รู้แจ้ง แต่เขียนในฐานะ “เพื่อนร่วมทาง” ที่ได้ลองผิดลองถูกบนเส้นทางสายนี้มาก่อน และปรารถนาที่จะแบ่งปันแผนที่และเครื่องมือที่ผมได้ค้นพบว่ามันเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง หนังสือเล่มนี้จึงเต็มไปด้วยความเมตตา ความอ่อนโยน และความเข้าใจในอุปสรรคที่นักเดินทางทุกคนต้องเผชิญ มันจะสอนให้ท่านรู้จัก “ให้อภัย” ตนเองในวันที่ท้อแท้ และรู้วิธีที่จะ “เริ่มต้นใหม่” ได้เสมอในทุกลมหายใจ
สรุปเนื้อหาสำคัญ: การเดินทางจากเปลือกนอกสู่แก่นใน
การเดินทางในหนังสือเล่มนี้จะนำพาท่านไปทีละขั้นตอนอย่างเป็นระบบ จากการทำความรู้จักเครื่องมือพื้นฐาน ไปสู่การใช้งานอย่างละเอียดอ่อน และบูรณาการเข้ากับทุกมิติของชีวิต
ช่วงต้นของการเดินทาง: การเตรียมเครื่องมือและปรับเข็มทิศ เราจะเริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกับ “สองสหายผู้ปลุกชีวิต” นั่นคือ สติ (ความระลึกได้) และ สัมปชัญญะ (ความรู้ตัวทั่วพร้อม) ท่านจะได้เรียนรู้ว่าสติเปรียบเหมือน “ยามเฝ้าประตู” ที่ซื่อสัตย์ ส่วนสัมปชัญญะคือ “ที่ปรึกษาผู้เปี่ยมด้วยปัญญา” ที่จะทำให้การปฏิบัติของเราไม่กลายเป็น “สติแห้งๆ” ที่ไร้ทิศทาง จากนั้น ในบทที่สำคัญที่สุดบทหนึ่ง เราจะมาปรับ “เข็มทิศในใจ” ให้ถูกต้อง เปลี่ยนทัศนคติจากการเป็น “นักรบ” ที่คอยต่อสู้กับกิเลส มาเป็น “นักวิทยาศาสตร์” ผู้เฝ้าสำรวจธรรมชาติของจิตใจด้วยความเมตตาและสงสัยใคร่รู้
ช่วงกลางของการเดินทาง: สำรวจอาณาจักรแห่งกายและใจ (สติปัฏฐาน 4) เมื่อมีเครื่องมือและทัศนคติที่ถูกต้องแล้ว เราจะเริ่มออกเดินทางสำรวจ “บ้าน” ของเราอย่างเป็นระบบ ผ่านหลักการปฏิบัติอันเป็นสากลคือสติปัฏฐาน 4
- กายานุปัสสนา (การตามรู้กาย): เราจะเริ่มต้นจากฐานที่มั่นคงที่สุดคือ ลมหายใจ (อานาปานสติ) แล้วขยายไปสู่การรู้ทัน อิริยาบถใหญ่ ทั้งสี่ (ยืน เดิน นั่ง นอน) จากนั้นจะละเอียดลงไปถึงการรู้ทันใน กิจวัตรประจำวัน (สัมปชัญญะบรรพ) และสุดท้ายคือการใช้ปัญญาพิจารณา ร่างกายตามที่เป็นจริง (กายในกาย) เพื่อคลายความยึดมั่นถือมั่น
- เวทนานุปัสสนา (การตามรู้เวทนา): ท่านจะได้เรียนรู้ศิลปะของการเป็น “นักโต้คลื่นผู้ชาญฉลาด” ที่จะเฝ้ามอง “คลื่นแห่งความรู้สึก” ทั้งสุข ทุกข์ และเฉยๆ โดยไม่จมลงไปในคลื่นเหล่านั้น ท่านจะเข้าใจคำสอนเรื่อง “ลูกศรดอกที่สอง” ที่จะทำให้ท่านสามารถเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดได้โดยสร้างความทุกข์ใจซ้ำเติมน้อยลง
- จิตตานุปัสสนา (การตามรู้จิต): ท่านจะถูกเชิญชวนให้เป็นดั่ง “นักพยากรณ์อากาศ” ที่สามารถอ่านสภาวะของจิตใจตนเองได้ดุจมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนสี เมื่อจิตมีราคะ โทสะ โมหะ หรือเมื่อจิตสงบเป็นสมาธิ ท่านจะสามารถ “รู้ชัด” ตามที่เป็นจริงได้ ซึ่งเป็นการสร้างระยะห่างและอิสรภาพจากอำนาจของอารมณ์
- ธัมมานุปัสสนา (การตามรู้สภาวธรรม): ในบทสุดท้ายของการสำรวจนี้ เราจะเรียนรู้ที่จะรู้จักหน้าตาของ “แขกผู้ไม่ได้รับเชิญแห่งใจ” ทั้ง 5 ที่เรียกว่า นิวรณ์ 5 เพื่อที่จะต้อนรับและเรียนรู้จากพวกเขาได้อย่างถูกต้อง จากนั้นเราจะใช้มีดแห่งปัญญาชำแหละ “ตัวตน” ที่เราเคยยึดมั่นว่าเป็นก้อนทึบ ให้เห็นว่ามันเป็นเพียงที่ประชุมชั่วคราวของ ขันธ์ 5 และเรียนรู้ที่จะเป็น “ยามเฝ้าประตูใจทั้งหก” หรือ อายตนะ 6 เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม และท้ายที่สุด ท่านจะได้รู้จักกับ “ดอกไม้แห่งการตื่นรู้” หรือ โพชฌงค์ 7 อันเป็นคุณสมบัติฝ่ายกุศลที่จะเบ่งบานขึ้นในสวนใจที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ช่วงท้ายของการเดินทาง: เมื่อธรรมะคือชีวิต เมื่อท่านมีทักษะในการใช้เครื่องมือต่างๆ แล้ว หนังสือจะนำพาท่านนำธรรมะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงในชีวิตยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สติในการสนทนา ที่จะเปลี่ยนคมดาบให้เป็นดอกไม้, สติในการรับประทานอาหาร ที่จะเปลี่ยนการกินให้เป็นการภาวนา, สติในการทำงาน ที่จะเปลี่ยนสนามรบให้เป็นโรงฝึก, สติในการเสพสื่อ ที่จะทำให้ท่านเป็นนายของเทคโนโลยี, สติในยามเผชิญความขัดแย้ง ที่จะทำให้ท่านค้นพบตาพายุอันสงบนิ่ง, สติกับการเงิน ที่จะปลดเปลื้องท่านจากเชือกที่มองไม่เห็น, และ สติกับการเจ็บป่วย ที่จะช่วยเยียวยาใจในยามที่กายอ่อนแอ
และท้ายที่สุด เราจะเดินทางมาสู่บทสรุปที่ว่าด้วยการเปลี่ยน “การทำเป็นครั้งคราว” ให้กลายเป็น “วิถีชีวิต” และการเดินทางจาก “สติ” ไปสู่การปรากฏของ “ปัญญา” ที่จะทำให้ท่านเป็นอิสระอย่างแท้จริง
คุณค่าของหนังสือ: ของขวัญที่คุณมอบให้แก่ตนเอง
การเดินทางผ่านหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงการอ่านเพื่อความรู้ แต่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่ท่านจะสามารถมอบให้กับชีวิตของตนเองได้ คุณค่าที่ท่านจะได้รับนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ประเมินเป็นมูลค่าได้ แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากภายในสู่ภายนอก
- สันติภาพภายใน: ท่านจะได้ค้นพบ “ที่พึ่ง” อันเกษมภายในใจของตนเอง ความสงบที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศภายนอก แต่เป็นความสงบนิ่งที่เกิดจากความเข้าใจในความจริงของชีวิต
- อิสรภาพทางอารมณ์: ท่านจะค่อยๆ คลายจากการเป็นทาสของอารมณ์และความคิด ท่านจะยังคงรู้สึกได้ แต่จะไม่ถูกความรู้สึกเหล่านั้น “ครอบงำ” ท่านจะสามารถเลือกที่จะ “ตอบสนอง” ต่อโลกด้วยปัญญา แทนที่จะ “โต้ตอบ” ไปตามความเคยชิน
- ความสัมพันธ์ที่งดงามขึ้น: เมื่อท่านสามารถฟังใจของตนเองได้อย่างลึกซึ้ง ท่านก็จะสามารถฟังผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้งเช่นกัน ความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจจะงอกงามขึ้น เปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นการเรียนรู้ และเยียวยาความสัมพันธ์ที่เคยแตกร้าว
- ความไม่หวั่นไหวต่อความเปลี่ยนแปลง: ท่านจะเรียนรู้ที่จะเต้นรำไปกับท่วงทำนองแห่งความไม่เที่ยงของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความแก่ ความเจ็บ ความตาย หรือความผันผวนใดๆ ท่านจะสามารถเผชิญหน้ากับมันได้ด้วยหัวใจที่มั่นคงและยอมรับอย่างแท้จริง
เชิญชวนให้อ่านเล่มเต็ม: มาเริ่มต้นการเดินทางกลับบ้านด้วยกัน
ท่านผู้อ่านที่รัก…
การเดินทางที่แท้จริงในชีวิตของท่านเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น หนังสือเล่มนี้เป็นเพียงแผนที่และเข็มทิศที่เพื่อนเดินทางคนหนึ่งได้มอบไว้ให้ในมือของท่าน แต่ผู้ที่จะต้องก้าวเดินในทุกย่างก้าวก็คือตัวของท่านเอง
ผมขอเชิญชวนท่านด้วยหัวใจทั้งหมด ให้ได้โปรดเปิดใจและทดลองปฏิบัติตามคำแนะนำในหนังสือเล่มนี้ ด้วยท่าทีของการ “ทดลอง” และ “ค้นพบ” ด้วยตนเอง ไม่มีการสอบตก มีแต่การเรียนรู้และเติบโตขึ้นในทุกย่างก้าว ทุกครั้งที่ท่านระลึกได้และกลับมาสู่ลมหายใจ แม้จะเป็นเพียงชั่วขณะเดียว นั่นคือก้าวย่างที่ทรงคุณค่าและเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่แล้ว
การเปิดอ่านหน้าถัดไป ก็เปรียบเสมือนการก้าวเท้าแรกบนหนทางสายเก่าแก่ที่สุด แต่เป็นหนทางที่ใหม่สดเสมอในทุกขณะจิต… คือการเดินทางกลับมาสู่บ้านที่แท้จริง เพื่อค้นพบความสงบเย็นและอิสรภาพที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของท่านเองมาโดยตลอด
หนังสือเล่มนี้รอท่านอยู่ครับ… มาเริ่มต้นการเดินทางกลับบ้านด้วยกันนะครับ
ท่านสามารถดาวน์โหลดหนังสือ “สติ สัมปชัญญะ ภาคปฏิบัติ” ฉบับเต็มในรูปแบบ PDF ได้ฟรีจาก Link




ใส่ความเห็น