สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน
ในฐานะนักเขียนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการขีดเขียน บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษร ผมมักจะได้รับคำถามอยู่เสมอว่า “อะไรคือแรงบันดาลใจ” หรือ “อะไรคือแก่นสารที่อยากจะสื่อถึงผู้อ่านมากที่สุด” สำหรับผมแล้ว คำตอบนั้นเรียบง่ายและซับซ้อนในเวลาเดียวกัน นั่นคือ “การเดินทางเพื่อค้นพบความสงบสุขที่แท้จริงจากภายใน”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับผู้คนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าผู้นำองค์กร ผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการที่ผมมักเรียกพวกเขาว่า “นายเรือ” ผู้ต้องประคองนาวาขนาดใหญ่ให้แล่นฝ่าคลื่นลมแห่งโลกธุรกิจยุคใหม่ ผมมองเห็นประกายแห่งความมุ่งมั่น ความเฉลียวฉลาด และความสามารถอันน่าทึ่งในดวงตาของพวกเขาทุกคน แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็สัมผัสได้ถึงพายุที่ซ่อนอยู่ภายใน… พายุแห่งความเครียด ความวิตกกังวล ความกดดัน และความเหนื่อยล้าที่กัดกร่อนจิตใจอย่างช้าๆ
พวกเขาเชี่ยวชาญในการอ่านแผนที่เศรษฐกิจ การวางกลยุทธ์ และการนำทัพสู่ชัยชนะใน “สมรภูมิภายนอก” ทว่า หลายครั้งที่ชัยชนะเหล่านั้นกลับต้องแลกมาด้วยความสูญเสียใน “สมรภูมิภายใน” ซึ่งเป็นสมรภูมิที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือความสุขและความสงบในจิตใจของตนเอง
ด้วยความปรารถนาดีอยากเห็น “นายเรือ” ทุกท่านสามารถนำพานาวาของตนไปสู่เป้าหมายได้อย่างสง่างามและเปี่ยมสุข ผมจึงได้ใช้เวลาตกผลึกความคิดและประสบการณ์ กลั่นกรองออกมาเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่ชื่อว่า
“สติ: จุดเริ่มต้นความสุขของผู้นำ” ซึ่งเป็นเล่มแรกในหนังสือชุด “ธรรมะนำทาง: คู่มือสร้างผู้นำและองค์กรแห่งความสุข”
วันนี้ ผมไม่ได้มาในฐานะผู้เขียน แต่มาในฐานะ “เพื่อนนักอ่าน” คนหนึ่ง ที่อยากจะมาเปิดแผนที่เล่มนี้ ชี้ชวนให้ท่านได้เห็นถึงความงดงามและคุณค่าที่ซ่อนอยู่ เพื่อเชิญชวนให้ท่านได้ออกเดินทางสู่โลกภายในของตนเองอย่างแท้จริง การเดินทางครั้งนี้อาจเป็นการเดินทางที่สำคัญที่สุดในชีวิตของท่านก็เป็นได้
ความน่าสนใจของหนังสือ: ทำไม “โลกภายใน” จึงสำคัญกว่าที่เคยเป็น
ในยุคที่โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวันด้วยเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลง (Disruption) ตำราสำหรับผู้นำส่วนใหญ่มักจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการตลาดดิจิทัล, การบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), หรือการสร้างนวัตกรรม ซึ่งล้วนเป็นสิ่งจำเป็น แต่หนังสือเล่มนี้ขอเชิญชวนให้ท่านหยุดพักสักครู่ แล้วหันกลับมาตั้งคำถามกับสิ่งที่พื้นฐานและสำคัญที่สุดว่า:
“แล้วสภาพจิตใจของตัวผู้นำเองล่ะ พร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้หรือไม่”
ความน่าสนใจของ “สติ: จุดเริ่มต้นความสุขของผู้นำ” ไม่ได้อยู่ที่การนำเสนอทฤษฎีการบริหารที่สลับซับซ้อน แต่อยู่ที่การนำเสนอ “เครื่องมือ” ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุด ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผู้นำทุกคนมีอยู่กับตัวแล้ว นั่นคือ
“สติ” และ “ปัญญา” ในการทำความเข้าใจโลกภายในของตนเอง
หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือน
“แผนที่นำทางสู่โลกภายใน” ที่จะช่วยให้ท่าน:
- ค้นพบบ่อเกิดแห่งความมั่นคงที่แท้จริง: ในโลกที่ทุกสิ่งภายนอก ทั้งตำแหน่ง ชื่อเสียง หรือผลกำไร ล้วนไม่แน่นอน (อนิจจัง) ความมั่นคงที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวที่จะเป็นที่พึ่งให้เราได้ คือความมั่นคงจากภายในใจของเราเอง
- ลับคมปัญญาเพื่อการตัดสินใจที่เฉียบคม: คุณภาพของการตัดสินใจขึ้นอยู่กับคุณภาพของจิตใจ จิตที่ขุ่นมัวด้วยอารมณ์และอคติย่อมนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด แต่จิตที่สงบและกระจ่างใสดุจผืนน้ำที่นิ่งสนิท ย่อมสะท้อนภาพความจริงและนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีที่สุดได้
- ขุดเจาะบ่อน้ำแห่งพลังใจที่ไม่สิ้นสุด: ภาวะผู้นำคือการเผชิญกับความล้มเหลวและความผิดหวังอยู่เสมอ หนังสือเล่มนี้จะนำท่านไปพบกับแหล่งพลังงานภายใน (Resilience) ที่จะช่วยให้ท่านล้มแล้วลุกขึ้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ทีมงานได้
- สร้างสายสัมพันธ์ที่แท้จริงและลึกซึ้ง: การจะเข้าถึงหัวใจของคนอื่นได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากการเข้าถึงหัวใจของตนเองให้ได้เสียก่อน เมื่อเราเข้าใจและยอมรับ “ความเป็นมนุษย์” ทั้งด้านที่งดงามและบกพร่องของตนเองได้ เราก็จะสามารถสร้างความไว้วางใจและความเคารพกับทีมงานได้อย่างแท้จริง
หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่หนังสือธรรมะที่สอนให้ท่านหลีกหนีจากโลกแห่งความเป็นจริง แต่เป็นคู่มือปฏิบัติที่สอนให้ท่านกลับมาเผชิญหน้ากับโลกด้วย “หัวใจ” ที่แข็งแกร่งและสงบเย็นยิ่งกว่าเดิม
สรุปเนื้อหาสำคัญ: การเดินทางผ่าน 7 ดินแดนในโลกภายใน
“สติ: จุดเริ่มต้นความสุขของผู้นำ” ถูกรจนาขึ้นในรูปแบบของการเดินทาง โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 7 บท เปรียบเสมือนการสำรวจดินแดนสำคัญ 7 แห่งในโลกภายในของท่าน ซึ่งแต่ละแห่งจะมอบทักษะและสมบัติล้ำค่าที่แตกต่างกันออกไป
บทที่ 1: ลมหายใจ : สมอในพายุอารมณ์
การเดินทางของเราเริ่มต้น ณ จุดที่ใกล้ตัวและเรียบง่ายที่สุด นั่นคือ “ลมหายใจ” ผมได้เปรียบเทียบจิตใจของผู้นำว่าเป็น “เรือ” ที่ลอยอยู่กลางมหาสมุทรแห่งโลกธุรกิจที่แปรปรวน และลมหายใจของเราก็คือ
“สมอเรือ” ที่จะช่วยให้เรือลำนี้ทรงตัวอยู่ได้ท่ามกลางพายุอารมณ์และความคิดที่โหมกระหน่ำ ในบทนี้ ท่านจะได้เรียนรู้วิธีการปฏิบัติ “อานาปานสติ” ซึ่งเป็นเทคนิคการเจริญสติที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ “นาทีทองก่อนประชุม” ไปจนถึงการเป็น “ปุ่มรีเซ็ตระหว่างวัน” เพื่อนำความสงบกลับคืนสู่จิตใจได้ทุกที่ทุกเวลา
บทที่ 2: เท่าทันความคิด : มองดูสายน้ำไม่กระโจนลงไป
เมื่อเรามีสมอเรือที่มั่นคงแล้ว ด่านต่อไปคือการเผชิญหน้ากับ “ความคิด” ซึ่งผมได้อุปมาว่าเป็นดั่ง
“สายน้ำที่ไหลผ่านใจเราอยู่ตลอดเวลา” คนส่วนใหญ่มักจะ “ลอยคอ” อยู่กลางสายน้ำนี้ ถูกกระแสน้ำแห่งความกังวลและความเศร้าพัดพาไปอย่างไร้ทิศทาง แต่การฝึกในบทนี้คือการสอนให้ท่าน
“ก้าวขึ้นมานั่งบนฝั่ง” และเรียนรู้ที่จะเป็น “ผู้ดู” ที่เฝ้ามองสายน้ำแห่งความคิดนั้นไหลผ่านไป โดยไม่กระโจนลงไปเล่นกับมัน ท่านจะได้เรียนรู้ธรรมชาติของความคิด 3 ประการที่สำคัญ คือ ความคิดไม่ใช่เรา (อนัตตา) , ความคิดไม่ใช่ความจริง , และความคิดมีธรรมชาติเหมือนลิง (The Monkey Mind) พร้อมทั้งเทคนิคการ “ติดป้ายให้ความคิด” (Labeling) เพื่อสร้างระยะห่างและเป็นนายเหนือความคิดได้อย่างแท้จริง
บทที่ 3: เท่าทันอารมณ์ : มองคลื่นโดยไม่จมน้ำ
หากความคิดคือสายน้ำ “อารมณ์” ก็เปรียบได้กับ
“คลื่นและกระแสน้ำวน” ที่มีพลังรุนแรงกว่า สามารถซัดเราให้จมดิ่งลงไปได้ในชั่วพริบตา บทนี้จะสอนศิลปะแห่งการ “โต้คลื่นอารมณ์” อย่างสง่างาม แทนที่จะเก็บกดหรือต่อสู้กับมัน ท่านจะได้เรียนรู้ธรรมชาติของอารมณ์ในฐานะ “พลังงานที่เคลื่อนไหว” (Energy in Motion) และการเท่าทัน “ลูกศรดอกที่สอง” ซึ่งเป็นความคิดปรุงแต่งที่เรายิงซ้ำเติมตัวเองจนทุกข์หนักกว่าเดิม ท่านจะได้พบกับกระบวนการ 5 ขั้นตอนที่เป็นรูปธรรม (หยุด, ทิ้งเรื่องราว, หันมารู้สึกที่กาย, สำรวจและยอมรับ, และหายใจไปพร้อมกับมัน) เพื่อเปลี่ยนอารมณ์ที่น่ากลัวให้กลายเป็นเพียงก้อนของความรู้สึกทางกายที่สามารถจัดการได้
บทที่ 4: พลังแห่งเมตตา กรุณา : เกราะคุ้มกันใจ
หลังจากที่เราได้ฝึก “สติ” ในการ “รู้ทัน” โลกภายในแล้ว บทนี้จะนำท่านไปสู่การบ่มเพาะ “พรหมวิหาร” ซึ่งเป็นพลังแห่งการ “เปลี่ยนแปลง” จิตใจ โดยเริ่มจาก เมตตา (Loving-Kindness) และ กรุณา (Compassion) คุณธรรมสองประการนี้เปรียบเสมือน
“เกราะคุ้มกันใจ” ที่อ่อนนุ่มแต่ยืดหยุ่น ช่วยป้องกันเราจากศัตรูภายในคือความเกลียดชังตนเองและความขุ่นเคืองต่อผู้อื่น เนื้อหาสำคัญจะเน้นย้ำไปที่ “เมตตาต่อตนเอง” (Self-Compassion) ซึ่งเป็นยาถอนพิษโดยตรงของภาวะหมดไฟ (Burnout) และการฝึก “กรุณาต่อทีมงาน” เพื่อเปลี่ยนจากผู้นำที่เป็น “ผู้พิพากษา” มาเป็น “แพทย์” ผู้ปรารถนาจะเยียวยาและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปี่ยมด้วยความปลอดภัยทางใจ
บทที่ 5: ปัญญาแห่งความยินดีและใจที่เป็นกลาง
บทนี้คือการเติมเต็มพรหมวิหารอีกสองประการที่เหลือให้สมบูรณ์ ได้แก่ มุทิตา (Appreciative Joy) และ อุเบกขา (Equanimity)
“มุทิตา” คือความสามารถในการพลอยยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น ซึ่งเป็นยาถอนพิษโดยตรงของความอิจฉาริษยา และเป็นคุณสมบัติของผู้นำที่จะสร้างวัฒนธรรมแห่งการส่งเสริม (Supportive Culture) ได้ ส่วน
“อุเบกขา” คือสภาวะที่จิตใจตั้งมั่นดุจขุนเขา ไม่หวั่นไหวไปตามโลกธรรม 8 (มีลาภ-เสื่อมลาภ, มียศ-เสื่อมยศ, สรรเสริญ-นินทา, สุข-ทุกข์) ซึ่งเป็นคุณสมบัติสูงสุดของผู้นำที่จะทำให้เขาสามารถเป็นที่พึ่งในยามวิกฤตและตัดสินใจได้อย่างเป็นธรรม
บทที่ 6: เพชรในใจ : บ่มเพาะวินัยและความเพียร
การค้นพบขุมทรัพย์ภายในเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การจะรักษาและทำให้งอกงามได้นั้นต้องอาศัยคุณธรรมสองประการคือ วิริยะ (Perseverance) และ ขันติ (Patience) ผมได้เปรียบเทียบกระบวนการนี้ว่าเหมือนการเปลี่ยนธาตุคาร์บอนธรรมดาให้กลายเป็น
“เพชร” อันล้ำค่า โดยใช้แรงบีบอัดของความท้าทายเป็นเครื่องเจียระไน “วิริยะ” คือความเพียรที่ถูกต้องและยั่งยืน (สัมมาวายามะ) ไม่ใช่การทำงานหนักจนหมดไฟ ส่วน “ขันติ” คือความอดทนอดกลั้นของจิตใจที่สามารถเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาโดยไม่ขุ่นมัว เมื่อคุณธรรมสองประการนี้ทำงานร่วมกัน ก็จะเปรียบเสมือนปีกสองข้างของนกอินทรีที่ทำให้ผู้นำสามารถโบยบินสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างไม่ย่อท้อ
บทที่ 7: ก้าวข้ามเงาตน : การจัดการอัตตา
นี่คือบททดสอบสุดท้ายที่ละเอียดอ่อนที่สุดของการเดินทาง นั่นคือการเผชิญหน้ากับขุนโจรที่ชื่อว่า
“อัตตา” (Ego) หรือ “เงาของตนเอง” ซึ่งมักจะปรากฏกายขึ้นในยามที่เราประสบความสำเร็จ อัตตาของผู้นำจะแสดงออกมาในรูปของ “มานะ” (การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น) และ “ทิฏฐิ” (การยึดมั่นในความคิดเห็นของตน) ซึ่งเป็นยาพิษที่ทำลายวัฒนธรรมองค์กร บดบังความจริง และปิดกั้นการเติบโต ในบทนี้ ท่านจะได้เรียนรู้วิธีการ “เท่าทัน” และ “คลาย” ความยึดมั่นในตัวตนลง ผ่านแบบฝึกหัดต่างๆ เช่น การทบทวนประจำวัน , การติดป้ายให้อัตตา , การบ่มเพาะความอ่อนน้อมถ่อมตน , และการเชื่อมโยงกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่าตนเอง เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำที่มีอิสรภาพอย่างแท้จริง
คุณค่าของหนังสือ: ความงามแห่งวรรณศิลป์ที่ผสานกับศาสตร์แห่งผู้นำ
สิ่งที่ผมตั้งใจเป็นพิเศษในการรจนาหนังสือเล่มนี้ คือการทำให้ “ธรรมะ” ซึ่งอาจฟังดูเป็นนามธรรม สามารถจับต้องได้ เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตของผู้นำในโลกยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน คุณค่าของหนังสือเล่มนี้จึงไม่ได้อยู่แค่เนื้อหาที่เป็นแก่นธรรม แต่ยังอยู่ที่ “ความงามในเชิงวรรณศิลป์” ที่ผมพยายามสอดแทรกไว้ผ่านการใช้อุปมาอุปไมย (Metaphor) ตลอดทั้งเล่ม
- ภาพเปรียบเทียบที่ทรงพลัง: การเปรียบเทียบลมหายใจเป็น “สมอเรือ” , ความคิดเป็น “สายน้ำ” , อารมณ์เป็น “คลื่น” , เมตตากรุณาเป็น “เกราะคุ้มกันใจ” , วินัยและความเพียรเป็นกระบวนการเจียระไน “เพชรในใจ” , และอัตตาเป็น “เงาของตนเอง” ภาพเปรียบเทียบเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามทางภาษาเท่านั้น แต่ทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เชื่อมโยงแนวคิดทางธรรมที่ลึกซึ้งเข้ากับประสบการณ์ที่ผู้นำทุกคนคุ้นเคย มันทำให้การฝึกฝนจิตใจไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่เป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นและเปี่ยมด้วยความหมาย
- ภาษาที่เข้าถึงง่ายและให้กำลังใจ: ผมเลือกใช้ภาษาที่เรียบง่าย อ่อนโยน และให้กำลังใจ เสมือนเพื่อนผู้ปรารถนาดีกำลังนั่งสนทนากับท่าน ไม่ใช่การเทศนาสั่งสอนจากที่สูง ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจากภายในต้องเริ่มต้นด้วยความเป็นมิตรต่อตนเอง ภาษาในหนังสือเล่มนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการยอมรับและความเข้าใจนั้น
- โครงสร้างที่เป็นขั้นเป็นตอน: หนังสือถูกวางโครงสร้างไว้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน จากพื้นฐานที่สุด (ลมหายใจ) ไปสู่สิ่งที่ละเอียดอ่อนที่สุด (อัตตา) ทำให้ผู้อ่านสามารถค่อยๆ ฝึกฝนและพัฒนาไปทีละขั้น เหมือนการเดินขึ้นบันไดที่จะนำท่านไปสู่ยอดเขาแห่งความสุขและความเป็นผู้นำที่สมบูรณ์
คุณค่าที่แท้จริงของหนังสือเล่มนี้ คือการเป็น “คู่มือปฏิบัติ” (Practical Guidebook) ที่ท่านสามารถหยิบมาใช้ได้จริงในทุกขณะของชีวิต มันไม่ได้มอบแค่ “ความรู้” (Knowledge) แต่มุ่งหวังที่จะสร้าง “ปัญญา” (Wisdom) และ “ทักษะ” (Skill) ทางใจ ที่จะติดตัวท่านไปตลอดกาล เป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่มีใครสามารถพรากไปจากท่านได้
เชิญชวนให้อ่านเล่มเต็ม: เริ่มต้นการเดินทางที่สำคัญที่สุดของคุณ
ท่านผู้อ่านที่รักครับ
การอ่านบทความนี้เปรียบเสมือนการยืนอยู่ริมฝั่ง มองดูแผนที่และรับฟังเรื่องราวการผจญภัยอันน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ประสบการณ์ที่แท้จริง ความซาบซึ้ง และการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้ง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อท่านตัดสินใจ “กางใบเรือและออกเดินทางด้วยตนเอง” เท่านั้น
ผมเชื่อมั่นว่าการลงทุนเวลาเพื่อศึกษาและปฏิบัติตามเนื้อหาในหนังสือ “สติ: จุดเริ่มต้นความสุขของผู้นำ” เล่มนี้ จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของท่าน มันคือการลงทุนเพื่อสร้าง “รากฐาน” ของชีวิตและภาวะผู้นำที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เมื่อรากฐานภายในของท่านมั่นคงแล้ว ไม่ว่าพายุภายนอกจะโหมกระหน่ำรุนแรงเพียงใด นาวาแห่งชีวิตและองค์กรของท่านก็จะยังคงตั้งตระหง่านและมุ่งไปข้างหน้าได้อย่างสง่างาม
การเดินทางครั้งนี้จะเปลี่ยนท่านจากผู้นำที่บริหารจัดการเพียงแค่ “โลกภายนอก” ไปสู่
“ผู้นำที่แท้จริง” ผู้ซึ่งสามารถบริหารจัดการ “โลกภายใน” ของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ และเมื่อท่านได้ค้นพบความสุขและความสงบจากภายในแล้ว แสงสว่างนั้นจะไม่ได้ส่องสว่างแค่ในชีวิตของท่าน แต่จะแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง สู่ทีมงาน องค์กร สังคม และครอบครัวอันเป็นที่รัก
ผมขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมออกเดินทางสู่โลกภายในอันมหัศจรรย์นี้ด้วยกันครับ
ท่านสามารถดาวน์โหลดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) “สติ: จุดเริ่มต้นความสุขของผู้นำ” ฉบับเต็มได้ฟรี จาก Link




ใส่ความเห็น