เคยรู้สึกไหมว่าใจของเราเหมือนบ้านที่มีแขกไม่ได้รับเชิญเข้าออกได้ตามใจชอบ? คิดถึงคนที่ทำให้เราโกรธจนนอนไม่หลับ หรือกังวลเรื่องงานจนปวดท้อง หรือนั่งไม่สุขเพราะคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย หนังสือ “บริหารความคิด” โดย พิพัฒน์ธรรม คือคำตอบที่จะช่วยเปลี่ยนเราจาก “ทาส” ให้กลายเป็น “เจ้าของบ้าน” ในใจของตัวเอง
เมื่อบ้านใจเต็มไปด้วยแขกเจ้าปัญหา
มีตัวละคร 4 ตัวที่อาศัยอยู่ในบ้านใจของเราทุกคน ได้แก่
คุณวิตก – นักพยากรณ์อนาคตผู้ชำนาญในการสร้างภาพความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดให้เราดู ทำให้เรานอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องงานพรุ่งนี้ หรือหัวใจเต้นรัวเพราะลูกกลับบ้านช้า
คุณอาลัย – นักประวัติศาสตร์ที่ชอบขุดเรื่องเก่าขึ้นมาทำให้เราเจ็บแล้วเจ็บอีก โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้เราอับอาย เสียใจ หรือโกรธใครในอดีต
คุณติเตียน – นักวิจารณ์ที่มีสองโหมด คือวิจารณ์ตัวเองว่าอ้วน หน้าตาไม่ดี ไม่เก่งพอ และวิจารณ์คนอื่นว่าเส้นดี หลอกลวง หรือไม่จริงใจ
คุณเรื่อยเปื่อย – เสียงจอแจในหัวที่ไม่มีสาระ เหมือนเพลงที่เล่นวนซ้ำในหัว หรือความคิดฟุ้งที่กระโดดจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง
การที่เราเชื่อว่าเราคือความคิดเหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นของความทุกข์ เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะแยก “ตัวเรา” ออกจาก “ความคิดของเรา”
เครื่องมือสำหรับการบริหารบ้านใจ
หนังสือแนะนำเครื่องมือ 4 ชิ้นที่จำเป็นสำหรับการบริหารความคิด:
1. สติและสัมปชัญญะ (ผู้เฝ้ามองและผู้รู้ตัว)
สติเปรียบเสมือนยามเฝ้าประตูที่รายงานว่าใครกำลังเข้าออกบ้านใจเรา ส่วนสัมปชัญญะคือผู้จัดการที่วิเคราะห์ว่าแขกคนนั้นมีประโยชน์หรือมีโทษ เครื่องมือนี้ช่วยให้เรา “รู้ทัน” ความคิดของตัวเอง
2. โยนิโสมนสิการ (ศิลปะการพลิกมุมคิด)
เป็นความสามารถในการเปลี่ยนมุมมอง เช่น การเปลี่ยน “ทำไมเรื่องแย่ต้องเกิดกับฉัน” เป็น “ฉันจะเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้บ้าง” หรือการมองปัญหาเป็นโอกาสในการเติบโต
3. ขันติ (ความอดทน)
ไม่ใช่การอดทนแบบยอมแพ้ แต่เป็นความแข็งแกร่งที่นิ่งสงบเหมือนภูเขา ความสามารถในการ “อยู่กับ” ความรู้สึกไม่สบายใจโดยไม่แตกสลาย
4. วิริยะ (ความเพียร)
ความเพียรที่เหมือนสายน้ำไหลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การหักโหมแต่เป็นการทำอย่างสม่ำเสมอ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ทุกวัน
4 ยุทธศาสตร์ในการดูแลบ้านใจ
ยุทธศาสตร์ที่ 1: การป้องกัน
เฝ้าระวังประตูทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เลือกดูสื่อที่ดี เลือกคบเพื่อนที่ดี และจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม ป้องกันไม่ให้ความคิดขยะเข้ามาตั้งแต่แรก
ยุทธศาสตร์ที่ 2: การจัดการ
เมื่อความคิดลบเข้ามาแล้ว มี 5 วิธีในการรับมือ: เปลี่ยนเรื่องคิด พิจารณาให้เห็นโทษ เมินเฉย สืบสาวหาต้นตอ และใช้กำลังข่มเป็นไม้สุดท้าย
ยุทธศาสตร์ที่ 3: การสร้างสรรค์
เชิญ “แขกผู้มีเกียรติ” 3 ท่านคือ เมตตา (ความปรารถนาดี) กตัญญู (ความรู้สึกขอบคุณ) และมุทิตา (ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี) มาอยู่ในบ้านใจ
ยุทธศาสตร์ที่ 4: การทะนุบำรุง
รักษาความดีที่สร้างขึ้นด้วยการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ การทบทวน และการคบหากัลยาณมิตร
ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
เมื่อเราฝึกฝนจนชำนาญ เราจะพบว่า:
ใจที่เบา – ปล่อยวางอดีต อนาคต และความยึดมั่นในตัวตนได้ ความยืดหยุ่น – เปรียบเสมือนต้นไผ่ที่โอนอ่อนผ่อนตามลมแต่ไม่หัก ความเชื่อมโยง – รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโลก ไม่โดดเดี่ยว ความเบิกบานอย่างเรียบง่าย – หาความสุขได้จากสิ่งธรรมดาสามัญ
การปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่น่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือการให้ตัวอย่างการนำไปใช้จริงอย่างเป็นรูปธรรม:
- เปลี่ยนยามตื่นนอนให้กลายเป็นการตั้งเจตนาดีๆ แทนการหยิบมือถือ
- ใช้เวลาติดรถเป็นการฝึกความอดทน
- เปลี่ยนที่ทำงานให้เป็นสนามฝึกจิตใจ
- สร้าง “พิธีกรรมปิดวัน” เพื่อปล่อยวางก่อนนอน
ข้อควรระวังและความสมจริง
การเดินทางนี้ไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ จะมีช่วง “อาการเมาบุญ” “ที่ราบแห่งความน่าเบื่อ” และ “พายุใหญ่แห่งชีวิต” แต่ทุกอุปสรรคล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้
การฝึกฝนไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่เจ็บปวด แต่เราจะมี “เครื่องมือ” ในการจัดการกับความเจ็บปวดนั้นอย่างชาญฉลาด
ความเมตตาต่อตนเอง
สิ่งสำคัญที่สุด คือ “ความเมตตาต่อตนเอง” เมื่อเราฝึกฝนแล้วยังผิดพลาด ให้มองตัวเองเหมือนเด็กทารกที่กำลังหัดเดิน ซึ่งต้องล้มลุกคลุกคลานหลายร้อยครั้งก่อนจะเดินได้
วินาทีที่เรา “รู้ตัว” ว่ากำลังหลงทาง คือความสำเร็จของการปฏิบัติแล้ว ไม่ใช่ความล้มเหลว
บทสรุป: อิสรภาพที่แท้จริง
อิสรภาพที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอไม่ใช่อิสรภาพจากการไม่มีปัญหา หรือไม่รู้สึกทุกข์ แต่เป็นอิสรภาพในการเลือกว่าจะตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร
มันคืออิสรภาพที่ไม่ต้องรอคอยจากใครหรือสิ่งใดจากภายนอก แต่เป็นอิสรภาพที่เราสามารถสร้างขึ้นเองได้จากการจัดระเบียบโลกภายใน
“บริหารความคิด” เป็นหนังสือที่มีคุณค่าสำหรับทุกคนที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต ภาษาเรียบง่าย ตัวอย่างชัดเจน และที่สำคัญ นำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เพียงทฤษฎีสูงส่งที่ไกลตัว แต่เป็นคู่มือการใช้ชีวิตที่จะช่วยให้เรามีใจที่สงบ เบา และเต็มไปด้วยความสุขจากภายใน
หนังสือเล่มนี้จึงไม่เพียงสอนเทคนิค แต่ชี้ทางสู่วิถีชีวิตใหม่ที่เราทุกคนสามารถเลือกได้ การเดินทางสู่การเป็นเจ้าของบ้านใจของตนเอง เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต
Download หนังสือ Pdf ฟรี ได้ที่ Link




ใส่ความเห็น