ณ ชายขอบเมืองสาวัตถีอันรุ่งเรือง ยังมีเงามืดแห่งสังคมซ่อนตัวอยู่ หมู่บ้านจัณฑาลที่ถูกทอดทิ้งให้ดำเนินชีวิตในความต่ำต้อยและถูกเหยียดหยามมาเนิ่นนาน ที่นั่นเอง ความรักที่ไม่ควรเกิดขึ้นตามกฎเกณฑ์ของวรรณะได้ผลิบานขึ้นระหว่างกานตะ ชายหนุ่มช่างปั้นหม้อผู้ละทิ้งความสะดวกสบายจากตระกูลแพศย์ และมาลิกา หญิงสาวจัณฑาลผู้มีดวงตาเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน ทั้งสองร่วมสร้างชีวิตเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความหมาย ท่ามกลางสายตาดูหมิ่นของผู้คน แต่ก็อบอุ่นด้วยความรักแท้ และเมื่อทารกหญิงลืมตาดูโลกในคืนพายุฝน ทั้งสองตั้งชื่อให้ว่า “วิมลา” หมายถึงผู้ปราศจากมลทิน เป็นดังดอกปทุมมาที่เบ่งบานจากธุลีดินหนังสือ วิมลา ปทุมมาแห่งธุลีดิน

วิมลาค่อยๆ เติบโตท่ามกลางกำแพงแห่งอคติ เธอเรียนรู้ตั้งแต่เล็กว่ามีเส้นทางที่ห้ามเดิน มีบ่อน้ำที่ห้ามตัก และมีสายตาที่ห้ามสบโดยตรง โลกของเธอถูกกำหนดด้วยเส้นแบ่งที่ไม่เป็นธรรม แต่ดวงตาอันใสกระจ่างของเธอกลับสะท้อนความอยากรู้และความกล้าที่จะตั้งคำถาม วันหนึ่ง วิมลาแอบไปดูพิธีบูชายัญของพราหมณ์ผู้มั่งคั่ง เธอได้เห็นการฆ่าสัตว์เพื่อสังเวยเทพเจ้า เลือดสีแดงฉานบนทรายขาวและเสียงร้องไห้ของแพะน้อยฝังลึกลงในใจเด็กหญิง ทำให้เธอเอ่ยถามมารดาว่า “เทพเจ้าจะยินดีได้อย่างไร เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้ถูกฆ่า” คำถามนั้นคือเมล็ดพันธุ์แห่งการแสวงหาความจริงที่เติบโตในใจเธอเรื่อยมาหนังสือ วิมลา ปทุมมาแห่งธุลีดิน

เมื่อย่างสู่วัยสาว ความงามของวิมลากลายเป็นดั่งคำสาป เธอต้องเจอการคุกคามจากสุจิต หนุ่มพราหมณ์ผู้หยิ่งยโส และเห็นความหน้าซื่อใจคดของเขาที่อาบน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อชำระบาป แต่ยังคงเต็มไปด้วยความโสมมในใจ ประสบการณ์นั้นทำให้วิมลาตระหนักว่าพิธีกรรมภายนอกไม่อาจชำระจิตใจใครให้สะอาดได้ บาปที่แท้จริงอยู่ในความคิดและเจตนาของมนุษย์หนังสือ วิมลา ปทุมมาแห่งธุลีดิน

เคราะห์ร้ายที่สุดได้มาถึงในคืนฝนพรำ เมื่อสุจิตใช้กำลังย่ำยีเธอจนแสงเล็กๆ ในใจดับสิ้น โลกทั้งใบพังทลายลง เธอรู้สึกว่าไม่เหลืออะไรอีกแล้ว นอกจากร่างกายที่แปดเปื้อนและหัวใจที่แตกสลาย ในความมืดมนที่สุด วิมลาตัดสินใจละทิ้งบ้านและพ่อแม่ ออกเดินอย่างไร้ทิศทาง หวังเพียงจะหนีจากโลกที่ไม่เหลือที่ว่างให้กับความบริสุทธิ์ของเธออีกต่อไปหนังสือ วิมลา ปทุมมาแห่งธุลีดิน

ระหว่างทาง เธอได้พบกับลัทธิที่สอนให้ยอมจำนนต่อชะตากรรม และอีกกลุ่มที่ทรมานร่างกายตนเองเพื่อเผาผลาญกรรมเก่า วิมลารับฟังและใคร่ครวญ แต่หัวใจของเธอรู้สึกได้ว่านั่นไม่ใช่คำตอบ หนทางแรกคือความสิ้นหวัง หนทางที่สองคือการเกลียดชังชีวิต เธอจึงออกเดินทางต่อด้วยความเชื่อว่า “ต้องมีหนทางที่สาม” หนทางที่ไม่ใช่การยอมจำนนและไม่ใช่การโอบกอดความทุกข์ แต่เป็นหนทางแห่งการเข้าใจความทุกข์อย่างแท้จริงหนังสือ วิมลา ปทุมมาแห่งธุลีดิน

แล้วโชคชะตาก็นำเธอมาพบกับพระบรมศาสดา วิมลาได้ฟังพระธรรมจากพระพุทธองค์และเหล่าพุทธสาวก เธอเห็นความจริงว่า มนุษย์มิได้ประเสริฐเพราะชาติกำเนิด แต่ประเสริฐได้เพราะการกระทำที่มีเจตนา กรรมคือสิ่งที่กำหนดชีวิต ไม่ใช่เทพเจ้าหรือวรรณะ ความทุกข์มิใช่สิ่งต้องหนีหรือทรมานตน แต่เป็นสิ่งที่ต้องเข้าใจ ด้วยสติ สมาธิ และปัญญาหนังสือ วิมลา ปทุมมาแห่งธุลีดิน

ในที่สุด วิมลาตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ สละผมยาวอันงดงามและพันธนาการจากโลก เพื่อบวชเป็นภิกษุณี เธอได้รับการยกย่องว่าเป็น “ปทุมมาแห่งธุลีดิน” ดอกบัวที่ผุดขึ้นจากโคลนตมโดยไม่แปดเปื้อนน้ำโคลน การเดินทางอันยาวไกลจากเด็กหญิงผู้เคยถามคำถามต่อมารดา สู่การเป็นนักบวชผู้เข้าใจความจริงแห่งทุกข์ เป็นการพิสูจน์ว่าศักดิ์ศรีของมนุษย์มิได้ถูกกำหนดโดยกำเนิด แต่ถูกสร้างขึ้นด้วยการเลือกและการกระทำหนังสือ วิมลา ปทุมมาแห่งธุลีดิน

เรื่องราวของวิมลาไม่ใช่เพียงตำนานในอดีต แต่คือภาพสะท้อนของทุกคนในโลกปัจจุบันที่ยังต้องเผชิญกับกำแพงแห่งอคติ ความอยุติธรรม ความรุนแรง และความเจ็บปวดในรูปแบบต่างๆ หนังสือเล่มนี้จึงเป็นมากกว่านวนิยายอิงพุทธกาล แต่คือบทเรียนของชีวิตที่บอกเราว่า แม้จะกำเนิดในธุลีดิน แต่ทุกชีวิตก็มีสิทธิ์ที่จะเบ่งบานเป็นดอกบัวได้ หากเราไม่ยอมจำนนและกล้าที่จะก้าวข้ามความมืดเพื่อแสวงหาความจริง

Download หนังสือ Pdf ที่ Link

ใส่ความเห็น