เขียนโดย พิพัฒน์ธรรม
สวัสดีครับเพื่อนนักภาวนาและผู้แสวงหาความสงบสุขทุกท่าน ผม พิพัฒน์ธรรม ครับ
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าหลายท่านคงเคยมีความรู้สึกไม่ต่างจากผม คือความรู้สึกของการแสวงหา “บางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไป” เราเดินทางอยู่บนถนนแห่งชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การแข่งขัน และความคาดหวัง เราไขว่คว้าหาความสุขจากวัตถุ ชื่อเสียง และความสำเร็จ แต่ลึกลงไปในใจ เราก็รู้ดีว่าความสุขเหล่านั้นช่างเปราะบางและผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในฐานะฆราวาสคนหนึ่ง ผมเคยแหวกว่ายอย่างสับสนอยู่ในทะเลแห่งความคิดและความทุกข์ ผมอ่านหนังสือธรรมะมากมาย ฟังธรรมจากครูบาอาจารย์หลายท่าน และพยายามทำความเข้าใจหลักธรรมอันลึกซึ้ง ผมกลายเป็น “นักคิด” เรื่องธรรมะมากกว่าที่จะเป็น “นักปฏิบัติ” ที่เข้าถึงธรรมะอย่างแท้จริง ความรู้เหล่านั้นเป็นเพียงความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัว แต่ไม่เคยหยั่งรากลึกลงไปถึงใจเลย จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้มีโอกาสฟังพระธรรมเทศนาขององค์หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช ผ่านสื่อออนไลน์ เป็นเพียงคลิปสั้นๆ แต่ในวินาทีนั้นเอง ผมรู้สึกเหมือนมีแสงสว่างแห่งความเรียบง่ายและความจริงที่ตรงไปตรงมาส่องเข้ามาในหัวใจ
คำสอนของท่านได้มอบ
“เข็มทิศ” ที่เที่ยงตรงที่สุดให้แก่การเดินทางของผม เข็มทิศที่ไม่เคยผิดเพี้ยนที่จะคอยชี้บอกทิศทางที่ถูกต้องเสมอ ไม่ว่าพายุอารมณ์จะโหมกระหน่ำรุนแรงเพียงใด หนังสือ
“เข็มทิศภาวนา” เล่มนี้จึงถือกำเนิดขึ้นจากความซาบซึ้งในพระคุณและคำสอนขององค์หลวงพ่อปราโมทย์โดยแท้ ผมในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งและเป็นเพียง “ผู้ร่วมเดินทาง” บนเส้นทางนี้ ได้รวบรวมเนื้อหาขึ้นจากความเข้าใจที่ผมได้รับจากการศึกษาและปฏิบัติตามแนวทางของท่านเป็นแกนกลาง หนังสือเล่มนี้เป็นความพยายามของศิษย์คนหนึ่งที่จะแบ่งปัน “แผนที่และเข็มทิศ” ที่ตนเองได้รับมา
ความน่าสนใจของหนังสือ
“เข็มทิศภาวนา” ไม่ใช่หนังสือธรรมะทั่วไปที่เต็มไปด้วยทฤษฎีและศัพท์ยากๆ แต่เป็นเหมือน “บันทึกของเพื่อนผู้ร่วมปฏิบัติธรรม” ที่ชี้ให้เห็นถึงแก่นแท้ของการภาวนาที่นำมาปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน หนังสือเล่มนี้โดดเด่นด้วยการใช้ภาษาที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย และเปี่ยมด้วยศิลปะในเชิงวรรณศิลป์ ผ่านการใช้อุปมาอุปไมยที่คมคายและเห็นภาพชัดเจนตลอดทั้งเล่ม
ตั้งแต่การเปรียบเทียบชีวิตเหมือนการวิ่งแข่งในระยะทางที่ไม่สิ้นสุด การอุปมาโลกภายนอกว่าเป็น “บ้านที่กำลังถูกไฟไหม้” การเปรียบการภาวนาเหมือนการ “ถอนหนามที่ตำเท้า” ไปจนถึงการเปรียบเทียบความคิดเหมือน “วิทยุที่น่ารำคาญ” และจิตใจเหมือน “ท้องฟ้ากับหมู่เมฆ” อุปมาเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพและเข้าใจหลักธรรมที่ลึกซึ้งได้อย่างง่ายดาย
“เข็มทิศภาวนา” ได้รับการจัดทำในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 113 หน้า โดยผู้รวบรวมและเรียบเรียงคือ พงศ์ศรันย์ พลศรีเลิศ หนังสือเล่มนี้มีเจตนาเผยแผ่เป็น “ธรรมทาน” โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อแบ่งปันเข็มทิศที่ผู้เขียนได้รับมาให้เกิดประโยชน์สุขแก่เพื่อนสหธรรมิกในวงกว้าง
สรุปเนื้อหาสำคัญ
หัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือ
“แผนที่ฉบับย่อ” ของการภาวนาที่ได้มาจากคำสอนขององค์หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช ซึ่งได้แก่: “มีสติรู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง” หนังสือจะพาผู้อ่านไปทำความเข้าใจและฝึกฝนแต่ละองค์ประกอบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน:
- เหตุใดจึงต้องภาวนา: ชี้ให้เห็นว่าชีวิตของเรามีปัญหาพื้นฐานที่แก้ไม่ได้ด้วยวิธีทางโลก นั่นคือปัญหาของความทุกข์ที่เกิดจากไฟกิเลสภายในใจ
- สติ: คือเครื่องมือชิ้นเดียวที่ขาดไม่ได้ ไม่ใช่สมาธิหรือความคิด แต่คือ “การหลงแล้วรู้” หรือการรู้ทันเมื่อจิตเผลอไผล
- รู้กาย: ใช้ร่างกายเป็น “สมอเรือ” ที่ทรงพลัง เป็นสนามฝึกซ้อมที่หยาบและชัดเจน และเป็นตำราไตรลักษณ์ฉบับมีชีวิต
- รู้ใจ: ใจคือ “โลกทั้งใบของผู้สร้าง” ซึ่งเป็นต้นตอของสุขและทุกข์ และการเข้าใจกลไกของใจจะช่วยให้เราเป็นอิสระจากมันได้
- รู้เวทนา: เวทนาคือ “ปากประตูแห่งปฏิกิริยา” ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการ “ตัดวงจร” ทุกข์ก่อนที่จะลุกลาม
- รู้สภาวะจิต: เปรียบเสมือนการ “พยากรณ์อากาศภายใน” ทำให้เราสามารถรู้ทันคุณภาพของจิต และลดทอนความเป็นตัวตนของกิเลส
- รู้ทันความคิด: ความคิดคือ “ผู้เล่านิทาน” ที่ไม่เคยหยุดพัก การรู้ทันความคิดคือการฝึก “แยกผู้รู้ออกจากผู้คิด” เพื่อไม่ให้เราหลงเชื่อและจมลงไปกับมัน
- การสร้างผู้รู้: ชี้ให้เห็นว่า “จิตที่ตั้งมั่น” ไม่ได้เกิดจากการบังคับ แต่เป็น “ผล” ที่เกิดขึ้นเองจากการฝึกรู้ทันอย่างสม่ำเสมอ
- ความเป็นกลาง (อุเบกขา): คือ “ศิลปะแห่งการไม่เข้าข้าง” ทำให้เราสามารถมองเห็นความจริงตามที่เป็นจริง และเป็นทางสายกลางที่แท้จริง
- ก้าวข้ามนิวรณ์: นิวรณ์ 5 คือ “ผู้ขัดขวางทั้งห้า” แต่ก็เป็น “อารมณ์กรรมฐานชั้นเลิศ” ที่จะช่วยให้สติและปัญญาของเราแข็งแกร่งขึ้น
- เมื่อดวงตาเห็นธรรม: คือการ “รู้แจ้งในไตรลักษณ์” อันได้แก่ อนิจจัง (ไม่เที่ยง) ทุกขัง (ทนอยู่สภาพเดิมไม่ได้) และอนัตตา (ไม่ใช่ตัวตน) ซึ่งเป็นการเห็นด้วยปัญญา ไม่ใช่การคิด
- ธรรมะกลางชีวิต: คือการนำหลักการทั้งหมดมาใช้เมื่อเผชิญหน้ากับ “พายุโหมกระหน่ำ” ของชีวิตจริง เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการเจริญปัญญา
คุณค่าของหนังสือ
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ให้เพียงแค่วิธีการปฏิบัติ แต่ยังชี้ให้เห็นถึง
“ดอกผลระหว่างทาง” ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสงครามภายในที่ยุติลง การกลับมาเป็นมิตรกับตนเองและผู้อื่น และการค้นพบ “แหล่งความสุขที่มั่นคงจากภายใน” ซึ่งเป็นความสุขที่ไม่ต้องอิงกับสิ่งภายนอก
คุณค่าสูงสุดของหนังสือเล่มนี้คือการชี้ให้เห็นถึง
“อิสรภาพของใจ” ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่แท้จริงของการเดินทางทั้งหมด อิสรภาพนี้ไม่ใช่การหนีไปสู่สวรรค์หรือการเป็นคนไร้ความรู้สึก แต่คือสภาวะที่จิตเป็นอิสระจากความทุกข์โดยสิ้นเชิง และสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดก็คือ
“การเดินทางนั่นแหละคือจุดหมายปลายทาง” เพราะอิสรภาพไม่ได้รอเราอยู่ที่ปลายทาง แต่ซ่อนอยู่ในทุกย่างก้าวของการปฏิบัติในปัจจุบันขณะ
เชิญชวนให้อ่านเล่มเต็มและดาวน์โหลดฟรี!
หากท่านปรารถนาที่จะก้าวออกจากวงจรแห่งความทุกข์ หากท่านกำลังแสวงหาเข็มทิศที่จะนำทางกลับสู่ความสงบเย็นภายในใจของตนเอง ขอให้หนังสือ “เข็มทิศภาวนา” เล่มนี้ได้เป็นเพื่อนร่วมเดินทางของท่าน หนังสือเล่มนี้เป็น
ธรรมทาน ที่จัดทำขึ้นด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์เพื่อประโยชน์สุขของทุกท่าน โดยท่านสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้ครับ
ดาวน์โหลดหนังสือ “เข็มทิศภาวนา” (PDF) ฟรี




ใส่ความเห็น