เขียนโดย พิพัฒน์ธรรม
“อินทรีย์เธอยังอ่อน”
คำพูดสั้นๆ จากครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ได้ทิ้งความสงสัยก้อนใหญ่ไว้ในใจของผู้เขียน… “อินทรีย์คืออะไร?” แล้วการทำให้ “อินทรีย์” ที่ว่านี้แข็งแรงขึ้นต้องทำอย่างไร? มันเป็นเหมือนการบอกว่าเราป่วย แต่ไม่ได้ให้ยารักษา
เราทุกคนต่างเคยรู้สึกเช่นนั้น…รู้สึกว่าชีวิตขาด “พลัง” บางอย่างไป เราอาจมีพลังกายที่แข็งแรง มีพลังทรัพย์ที่มั่งคั่ง แต่ลึกๆ แล้ว “พลังใจ” ของเรากลับอ่อนแอและสั่นคลอนได้ง่ายดายเหลือเกิน เราถูกพัดพาไปตามกระแสลมแห่งโลกธรรม ๘…ดีใจสุดขีดเมื่อได้รับคำชม…และทุกข์ทรมานแสนสาหัสเมื่อถูกตำหนิ…เราเป็นเพียงใบไม้ที่ปลิวไปตามลม…ไม่เคยเป็นนายของทิศทางชีวิตตนเองอย่างแท้จริง
แล้วเราจะสร้าง “แกนกลาง” ที่มั่นคงให้แก่ชีวิตได้อย่างไร? เราจะค้นพบ “ขุมพลัง” ที่จะทำให้เรายืนหยัดได้อย่างสง่างามท่ามกลางพายุชีวิตได้อย่างไร?
คำตอบนั้น…อาจไม่ได้อยู่ที่การแสวงหาสิ่งใดเพิ่มเติมจากภายนอก…แต่อยู่ที่การหันกลับมา “บ่มเพาะ” และ “ปรับสมดุล” ของ “ขุมพลังทั้ง 5” ที่มีอยู่แล้วภายในตัวเราทุกคน…ขุมพลังที่พระพุทธองค์ทรงเรียกขานว่า “อินทรีย์ ๕” และ “พละ ๕”
หนังสือ “อินทรีย์ ๕ พละ ๕” โดย พิพัฒน์ธรรม คือ “คู่มือการใช้งาน” ที่จะนำทางเราให้ได้รู้จักกับ “กุญแจ 5 ดอก” ที่จะไขเข้าไปสู่ขุมทรัพย์แห่งความมั่นคงและพลังใจที่แท้จริง มันไม่ใช่ตำราที่ซับซ้อน แต่คือแผนที่ที่จะทำให้เราเข้าใจว่า…ชีวิตที่สมดุลและมีความสุขนั้น…ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา…แต่คือผลลัพธ์ของการ “ฝึกฝน” ที่ถูกต้อง
บทความนี้จะทำหน้าที่เป็น “เพื่อนร่วมทาง” นำทางท่านผ่านแก่นปัญญาอันล้ำค่าจากหนังสือเล่มนี้ ซึ่งผู้เขียนได้มอบให้เป็นธรรมทานในรูปแบบ e-book ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันเริ่มต้นการเดินทางที่จะเปลี่ยนจาก “ใบไม้ที่ปลิวไปตามลม”…สู่การเป็น “ภูเขาที่ตั้งมั่น”…ไม่หวั่นไหวต่อพายุใดๆ ที่พัดผ่านเข้ามา
ภาคที่ 1: อินทรีย์ ๕ – ห้าประตูสู่การเป็นใหญ่ในใจตน
ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจก่อนว่า “อินทรีย์” คืออะไร… “อินทรีย์” แปลว่า “ความเป็นใหญ่” หรือ “ผู้ปกครอง”… อินทรีย์ ๕ จึงหมายถึง คุณธรรม 5 ประการที่เป็นใหญ่ในการปกครองและควบคุมสภาวะจิตของเราในแต่ละด้าน เปรียบเสมือนรัฐมนตรี 5 กระทรวงที่คอยดูแลกิจการบ้านเมืองในใจของเรา
1. สัทธินทรีย์ (ศรัทธา): รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและความเชื่อมั่น ศรัทธา คือ “น้ำมันเชื้อเพลิง” ของการเดินทางทั้งหมด มันไม่ใช่ความเชื่องมงาย…แต่คือ “ความเชื่อมั่นที่ประกอบด้วยปัญญา”
- เชื่อมั่นในกฎแห่งกรรม: คือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทุกการกระทำของเรามีผลตามมาเสมอ…ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว…ความเชื่อมั่นนี้จะทำให้เรามี “หิริโอตตัปปะ” หรือความละอายและเกรงกลัวต่อบาป…เป็น “เบรก” ที่จะป้องกันไม่ให้เราขับรถชีวิตตกเหว
- เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง: คือความเชื่อมั่นว่าเราทุกคนมี “พุทธภาวะ” หรือศักยภาพที่จะตื่นรู้และพ้นทุกข์ได้…ความเชื่อมั่นนี้คือ “เครื่องยนต์” ที่จะผลักดันให้เรามีความเพียรพยายามที่จะขัดเกลาตนเอง
2. วิริยินทรีย์ (วิริยะ): รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการขับเคลื่อน วิริยะ คือ “ความเพียร”…คือพลังในการ “ขับเคลื่อน” ชีวิตไปข้างหน้า แต่ไม่ใช่ความเพียรแบบบ้าพลัง…แต่คือความเพียรที่ถูกต้อง (สัมมัปปธาน 4)
- เพียรระวังบาปใหม่ไม่ให้เกิด
- เพียรละบาปเก่าที่เกิดขึ้นแล้ว
- เพียรสร้างบุญใหม่ที่ยังไม่เกิด
- เพียรรักษาบุญเก่าที่มีอยู่แล้ว วิริยะที่ถูกต้องคือการก้าวเดินอย่างสม่ำเสมอ…ไม่ใช่การวิ่งสุดกำลังแล้วหมดแรงล้มลงกลางทาง
3. สตินทรีย์ (สติ): รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย…ผู้รักษาความสงบเรียบร้อย สติ คือ “หัวใจ” ของการปฏิบัติทั้งหมด…คือ “ผู้รักษาประตู” ที่คอยเฝ้าระวังอยู่ที่ทวารทั้ง 6 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
- สติคือความระลึกรู้ในปัจจุบันขณะ: มันคือการดึงจิตที่ชอบท่องเที่ยวไปในอดีตและอนาคต…ให้กลับมา “อยู่บ้าน”…คือปัจจุบันขณะ
- สติคือผู้รู้เท่าทัน: เมื่อความโกรธเกิดขึ้น…สติจะรู้ทัน…เมื่อความโลภเกิดขึ้น…สติจะรู้ทัน…การ “รู้ทัน” นี้เองที่สร้าง “ช่องว่าง” ให้ปัญญาได้เข้ามาทำงาน…และป้องกันไม่ให้เราตกเป็นทาสของอารมณ์
4. สมาธินทรีย์ (สมาธิ): รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม…ผู้สร้างความมั่นคง สมาธิ คือ “ความตั้งมั่น” ของจิต…คือจิตที่มีพลังและไม่วอกแวก…เปรียบเหมือน “เลนส์” ที่รวมแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นจุดเดียวจนเกิดเป็นพลังงานที่สามารถจุดไฟได้
- จิตที่มีสมาธิ คือจิตที่มี “กำลัง”…พร้อมที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการเจริญปัญญา…พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ได้โดยไม่หวั่นไหว
5. ปัญญินทรีย์ (ปัญญา): นายกรัฐมนตรี…ผู้ชี้นำทิศทางทั้งหมด ปัญญา คือ “ความรอบรู้ในกองสังขาร”…คือความเข้าใจในกฎของธรรมชาติที่เรียกว่า “ไตรลักษณ์” (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)
- ปัญญา ไม่ใช่แค่ “ความรู้” ที่มาจากการอ่านหรือการฟัง…แต่คือ “การเห็นแจ้ง” ด้วยประสบการณ์ตรง…คือการเห็นว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง…เป็นทุกข์ (ทนอยู่ยาก)…และไม่มีตัวตนที่แท้จริง
- ปัญญา คือ “แสงสว่าง” ที่จะขจัดความมืดคืออวิชชาให้หมดไป…และเป็นองค์ธรรมข้อเดียวที่สามารถ “ถอนรากถอนโคน” กิเลสได้อย่างสิ้นเชิง
ภาคที่ 2: พละ ๕ – ห้าพลังที่ทำให้ใจไม่หวั่นไหว
เมื่อเราได้บ่มเพาะ “อินทรีย์ ๕” จนแก่กล้าแล้ว…คุณธรรมทั้ง 5 ประการนั้นก็จะพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ…กลายเป็น “พละ ๕”
“พละ” แปลว่า “กำลัง”…พละ ๕ จึงหมายถึง กำลังของจิตที่เกิดจากคุณธรรม 5 ประการนั้น…เป็นกำลังที่สามารถต้านทาน “ข้าศึก” คือกิเลสฝ่ายตรงข้ามได้อย่างเด็ดขาด
หาก “อินทรีย์” คือการมีรัฐมนตรีที่เก่งกาจ…“พละ” ก็คือการที่กระทรวงเหล่านั้นมี “กองทัพ” ที่แข็งแกร่งจนไม่มีศัตรูหน้าไหนกล้ามาท้ารบอีกต่อไป
- สัทธาพละ (กำลังแห่งศรัทธา): ต้านทาน ความปราศจากศรัทธา…ทำให้จิตไม่หวั่นไหวไปกับคำดูถูกหรืออุปสรรคใดๆ
- วิริยพละ (กำลังแห่งความเพียร): ต้านทาน ความเกียจคร้าน…ทำให้สามารถปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องไม่ท้อถอย
- สติพละ (กำลังแห่งสติ): ต้านทาน ความประมาทเผลอไผล…ทำให้จิตตั้งมั่นอยู่ในปัจจุบันได้อย่างมั่นคง
- สมาธิพละ (กำลังแห่งสมาธิ): ต้านทาน ความฟุ้งซ่าน…ทำให้จิตสงบนิ่งและมีพลัง
- ปัญญาพละ (กำลังแห่งปัญญา): ต้านทาน อวิชชา (ความไม่รู้)…ทำให้สามารถเห็นความจริงและปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นได้
ภาคที่ 3: ศิลปะแห่งความสมดุล – จากนักรบ…สู่นักการทูต
การเดินทางที่แท้จริง…ไม่ได้อยู่ที่การพยายามสร้างพลังใดพลังหนึ่งให้สูงสุด…แต่อยู่ที่ “ศิลปะแห่งการปรับสมดุล”
หนังสือเล่มนี้ได้มอบกุญแจที่สำคัญที่สุดให้แก่เรา…นั่นคือการทำความเข้าใจใน “คู่ปรับ” และ “คู่หู” ของอินทรีย์แต่ละข้อ
- คู่ปรับที่ต้องสมดุล:
- ศรัทธา vs ปัญญา: ศรัทธาที่มากเกินไปจะนำไปสู่ความงมงาย…ปัญญาที่มากเกินไป (ในรูปแบบของความลังเลสงสัย) จะนำไปสู่ความเฉื่อยชา…ทั้งสองสิ่งนี้ต้องสมดุลกันดุจปีกสองข้างของนก
- วิริยะ vs สมาธิ: ความเพียรที่มากเกินไปจะนำไปสู่ความฟุ้งซ่านและเครียดเกร็ง…สมาธิที่มากเกินไป (ในรูปแบบของความสงบจนเคลิบเคลิ้ม) จะนำไปสู่ความเกียจคร้าน…ทั้งสองสิ่งนี้จึงต้องปรับให้พอดี
- วาทยกรผู้ควบคุมวง: และ “วาทยกร” ผู้ที่จะคอยปรับสมดุลทั้งหมดนี้ก็คือ “สติ” นั่นเอง…สติคือผู้ที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะเร่งเสียงกลอง (วิริยะ)…และเมื่อไหร่ควรจะผ่อนเสียงไวโอลิน (สมาธิ)
ภาคที่ 4: จากแผนที่สู่การเดินทาง – ชีวิตคือห้องปฏิบัติการ
แล้วเราจะบ่มเพาะพลังทั้ง 5 นี้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?
- ฝึกศรัทธา: ด้วยการหมั่นระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย…และพิจารณาในกฎแห่งกรรม
- ฝึกวิริยะ: ด้วยการตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่ทำได้จริง…แล้วลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ
- ฝึกสติ: ด้วยการกลับมารู้ลมหายใจ…หรือรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย…ในทุกๆ กิจกรรม
- ฝึกสมาธิ: ด้วยการจัดเวลาเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันเพื่อการนั่งสมาธิหรือเดินจงกรม
- ฝึกปัญญา: ด้วยการหมั่นพิจารณาในความไม่เที่ยงของทุกสรรพสิ่ง…ทั้งร่างกาย, ความรู้สึก, และความคิด
บทสรุป: ต้นไม้ใหญ่ในใจเรา
การบ่มเพาะอินทรีย์และพละทั้ง 5…เปรียบได้กับการปลูก “ต้นไม้ใหญ่” ขึ้นในใจของเรา…
- ศรัทธา…คือ “รากแก้ว” ที่หยั่งลึกลงในผืนดินแห่งความจริง…คอยดูดซับน้ำและแร่ธาตุแห่งปัญญา
- วิริยะ…คือ “ลำต้น” ที่แข็งแรง…ที่ค่อยๆ เติบโตสูงขึ้นอย่างไม่ย่อท้อต่อแดดฝน
- สติ…คือ “เปลือกไม้” ที่ห่อหุ้มลำต้นไว้…คอยป้องกันภัยจากแมลงและศัตรูพืช
- สมาธิ…คือ “กิ่งก้าน” ที่แผ่ขยายออกไปอย่างมั่นคง…สร้างร่มเงาแห่งความสงบเย็น
- และปัญญา…คือ “ใบไม้และดอกผล”…ที่สังเคราะห์แสงแห่งพระธรรม…แล้วมอบผลผลิตแห่งความหลุดพ้นและความเบิกบานให้แก่โลกใบนี้
หนังสือ “อินทรีย์ ๕ พละ ๕” คือคู่มือการทำสวนฉบับสมบูรณ์…ที่จะสอนให้เราได้รู้จักกับดิน, น้ำ, และแสงแดดที่จำเป็นต่อการเติบโต…
การเดินทางบนหน้ากระดาษได้สิ้นสุดลงแล้ว…แต่การเดินทางที่แท้จริงของท่าน…เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น…ขอเชิญทุกท่านดาวน์โหลดคู่มือฉบยอดเยี่ยมนี้…แล้วเริ่มต้นการเพาะปลูกต้นไม้แห่งปัญญาในใจของท่านเอง…ณ บัดนี้
Download หนังสือฟรี “อินทรีย์ ๕ พละ ๕”




ใส่ความเห็น